สถิติชายแดนไทย–กัมพูชา ปี 2568 ตึงเครียดสูง แรงงานหาย 3 แสน ยาเสพติดทะลัก

การรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาตลอดปี 2568 พบว่าเป็นปีที่ตัวเลขด้านความมั่นคง “เหวี่ยงแรง” มากที่สุดในรอบหลายปี โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญคือสถานการณ์ความตึงเครียดระดับประเทศช่วงกลางปี ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อแรงงานข้ามชาติ การค้าชายแดน การลักลอบเข้าเมือง และรูปแบบอาชญากรรมข้ามชาติ
ข้อมูลเชิงสถิติสะท้อนชัดว่า ปัญหาชายแดนในปีนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่อง “แรงงานเถื่อน” หรือ “ยาบ้า” แบบเดิม แต่เป็นภัยคุกคามหลายมิติที่เชื่อมโยงกันทั้งเศรษฐกิจ ความมั่นคง และอาชญากรรมไซเบอร์
1. ภาพรวมความมั่นคง ปีแห่งความตึงเครียดและการจัดระเบียบใหม่
ช่วงเดือน มิถุนายน–สิงหาคม 2568 สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาทวีความตึงเครียดในหลายพื้นที่ มีการยกระดับมาตรการด้านความมั่นคง และการจำกัดการผ่านแดนบางจุด ส่งผลให้แรงงานกัมพูชาที่ทำงานอยู่ในไทยทยอยเดินทางกลับประเทศจำนวนมาก
จากการประเมินของหน่วยงานด้านแรงงานและความมั่นคง พบว่า
- แรงงานกัมพูชาเดินทางกลับประเทศช่วงกลางปี มากกว่า 300,000 คน
- จำนวนแรงงานกัมพูชาในระบบ ลดจากประมาณ 540,000 คน เหลือราว 470,000 คน ในช่วงสั้น ๆ
- แรงงานตามระบบ Border Pass และ MOU ลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากราว 44,000 คน เหลือประมาณ 14,000 คน
ผลกระทบไม่ได้หยุดเพียงครึ่งปีแรก เพราะเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายในช่วงปลายไตรมาส 3 แรงงานจำนวนหนึ่งพยายามกลับเข้ามาทำงานอีกครั้ง แต่ติดปัญหาเอกสารหมดอายุ ด่านปิด หรือขั้นตอนนำเข้าแรงงานที่ล่าช้า ทำให้การกลับเข้ามาหลายกรณีเปลี่ยนเป็นการ ลักลอบเข้าเมือง แทน
นี่คือที่มาของปรากฏการณ์ “Re-entry” ซึ่งทำให้ตัวเลขการจับกุมคนเข้าเมืองผิดกฎหมายพุ่งสูงผิดปกติในไตรมาสสุดท้ายของปี
2. สถิติคดียาเสพติด ยาเค–ไอซ์พุ่ง เส้นทางอีสานใต้–ตะวันออกเด่น
ข้อมูลการปราบปรามยาเสพติดปี 2568 ชี้ว่า แนวชายแดนที่ติดกัมพูชา โดยเฉพาะ อีสานใต้และภาคตะวันออก กลายเป็นเส้นทางสำคัญของยาเสพติดสังเคราะห์มูลค่าสูง เพื่อหลีกเลี่ยงแรงกดดันจากแนวเหนือ
สถิติการยึดของกลางตลอดปี (ข้อมูลภาพรวมภาคอีสาน) ระบุว่า
- ยาบ้า 150.5 ล้านเม็ด
- ไอซ์ 8,516 กิโลกรัม
- เคตามีน 796 กิโลกรัม
- เฮโรอีน 151 กิโลกรัม
แม้ยาบ้ายังมีปริมาณสูงสุด แต่หน่วยงานความมั่นคงชี้ว่า “อัตราการเพิ่ม” ของไอซ์และเคตามีนโดดเด่นกว่า โดยเฉพาะการลำเลียงผ่านเส้นทาง ลาว–กัมพูชา–ไทย ก่อนกระจายเข้าสู่พื้นที่ตอนในและเมืองใหญ่
คดีสำคัญปี 2568
- 10 สิงหาคม 2568 จับกุมเคตามีนล็อตใหญ่กว่า 5,000 กิโลกรัม (5 ตัน) นับเป็นหนึ่งในคดีเคตามีนที่มีของกลางสูงสุดในรอบหลายปี
- ตุลาคม 2568 ปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายปาร์ตี้ยาเสพติดในกรุงเทพฯ เชื่อมโยงแหล่งนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านแนวชายแดนตะวันออก
แนวโน้มนี้สะท้อนว่า ตลาดยาเสพติดกำลังขยับจาก “ปริมาณมาก ราคาถูก” ไปสู่ “ปริมาณน้อยลง แต่มูลค่าสูงและตรวจจับยาก”
3. การลักลอบเข้าเมือง ตัวเลขปลายปีพุ่ง และคนไทยเพิ่มสัดส่วน
สถิติการจับกุมการลักลอบเข้าเมืองในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังบูรพา ช่วงปลายปี 2568 แสดงให้เห็นการพุ่งขึ้นอย่างชัดเจน
ตัวเลขสำคัญ
• กันยายน 2568
• จับกุม 107 ครั้ง
• ผู้ต้องหา 626 คน
• สัญชาติกัมพูชา 370 คน
• คนไทย 215 คน
• ตุลาคม 2568 (ครึ่งเดือนแรก)
• จับกุม 84 ครั้ง
• ผู้ต้องหา 329 คน
ตัวเลขที่น่าจับตาคือ สัดส่วนคนไทยในคดีลักลอบข้ามแดนบางช่วง สูงเกือบ 40% ของผู้ถูกจับกุมทั้งหมด สะท้อนว่าชายแดนไม่ได้เป็นเพียงทางผ่านของแรงงานต่างด้าว แต่กลายเป็นเส้นทางของคนไทยที่เดินทางออกไปทำงานผิดกฎหมายในประเทศเพื่อนบ้านด้วย
4. เหยื่อค้ามนุษย์–บัญชีม้า ชายแดนสู่ขบวนการคอลเซ็นเตอร์
ปี 2568 ยังพบสถิติการช่วยเหลือคนไทยจากขบวนการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างต่อเนื่อง โดยจังหวัด สระแก้ว ถูกระบุว่าเป็นจุดผ่านหลัก
เหตุการณ์ที่มีตัวเลขชัดเจน
• ตุลาคม 2568 ช่วยเหลือเยาวชนไทย 11 คน ถูกกักในเซฟเฮาส์ เตรียมส่งข้ามแดนไปปอยเปต
• พฤศจิกายน 2568 ช่วยเหลือคนไทย 4 คน หลบหนีจากแก๊งสแกมเมอร์ หลังถูกบังคับสแกนหน้าเปิดบัญชีม้า และถูกข่มขู่หากทำยอดไม่ได้จะถูกส่งต่อไปประเทศที่สาม
ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนว่า ปัญหาชายแดนไม่ได้จำกัดอยู่ที่พื้นที่ แต่เชื่อมโยงถึงอาชญากรรมไซเบอร์ ระบบการเงินผิดกฎหมาย และการค้ามนุษย์ข้ามชาติอย่างเป็นระบบ
5. บทสรุปเชิงยุทธศาสตร์ ตัวเลขปี 2568 บอกอะไร
1. แรงงานหายกว่า 300,000 คน จากเหตุความตึงเครียดกลางปี ทำให้ตลาดแรงงานชายแดนเสียสมดุล และดันการลักลอบเข้าเมืองปลายปี
2. ยาเสพติดสังเคราะห์เพิ่มบทบาทชัดเจน ไอซ์กว่า 8,500 กก. และเคตามีนเกือบ 800 กก. สะท้อนการเปลี่ยนเส้นทางและชนิดยา
3. คนไทยกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงใหม่ ในคดีข้ามแดนและคอลเซ็นเตอร์ สัดส่วนผู้ถูกจับกุมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
4. ชายแดนไทย–กัมพูชาในปี 2568 จึงเป็นทั้ง “แนวความมั่นคง” และ “แนวหน้าอาชญากรรมรูปแบบใหม่”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
