รีเซต

เช็กที่นี่! ครม.ไฟเขียวขึ้นค่าจ้างแรงงาน 4 สาขาอาชีพ สูงสุด 650 บาท

เช็กที่นี่! ครม.ไฟเขียวขึ้นค่าจ้างแรงงาน 4 สาขาอาชีพ สูงสุด 650 บาท
TNN ช่อง16
19 พฤษภาคม 2569 ( 16:39 )
16

วันนี้ ( 19 พ.ค. 69 ) ข่าวดีแรงงานไทย! คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานใน 4 สาขาอาชีพหลัก นำร่องกลุ่มช่างเชื่อม เทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ และหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ดันรายได้สูงสุดถึงวันละ 650 บาท หวังจูงใจแรงงานพัฒนาทักษะสู่ระดับสากล

เปิดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานใหม่ 4 สาขาอาชีพ

ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ในการกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานใหม่จำนวน 4 สาขา ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมจากเดิมที่เคยประกาศไปแล้ว 141 สาขา (ตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง ฉบับที่ 15 ลงวันที่ 29 มกราคม 2569)

สำหรับผู้ใช้แรงงานที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ จะได้รับอัตราค่าจ้างใหม่แยกตามระดับทักษะ ดังนี้ครับ

1. กลุ่มงานช่างเชื่อม (ปรับเพิ่ม 2 สาขา)

  • สาขาช่างเชื่อมฟลักซ์คอร์ (Flux Cored Arc Welding)
    • ระดับ 1 : อัตราค่าจ้าง 550 บาท/วัน
    • ระดับ 2 : อัตราค่าจ้าง 650 บาท/วัน
  • สาขาช่างเชื่อมมิก (MIG / MAG Welding)
    • ระดับ 1 : อัตราค่าจ้าง 550 บาท/วัน
    • ระดับ 2 : อัตราค่าจ้าง 650 บาท/วัน

2. กลุ่มงานพลังงานทดแทนและเทคโนโลยีแห่งอนาคต

  • สาขาช่างติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์แบบไม่เชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Off Grid System)
    • ระดับ 1 : อัตราค่าจ้าง 560 บาท/วัน
  • สาขาช่างบำรุงรักษาหุ่นยนต์อุตสาหกรรม (Industrial Robot Maintenance)
    • ระดับ 1 : อัตราค่าจ้าง 630 บาท/วัน

สรุปเงื่อนไขและวันบังคับใช้ "อัตราค่าจ้างใหม่"

เงื่อนไขสำคัญ: ผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับอัตราค่าจ้างนี้ จะต้องเป็นลูกจ้างที่ผ่านการทดสอบและได้รับใบรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติในสาขาและระดับนั้น ๆ แล้วเท่านั้น ไม่ใช่การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแบบทั่วไป

  • วันที่มีผลบังคับใช้: มาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ภายใน 90 วัน นับถัดจากวันที่มีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

รัฐบาลมุ่งเป้าเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

การยกระดับและกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้แรงงานไทยได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม มีความเป็นธรรม และสอดคล้องกับทักษะฝีมือที่แท้จริง อีกทั้งยังเป็นแรงจูงใจให้กำลังแรงงานหันมาพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มหลักประกันรายได้ที่มั่นคงให้กับครอบครัว และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจรวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง