รีเซต

"ทองลง" ก็ไม่หวั่น ถึงเวลาต้องโกย? ถอดรหัส ทำไมจีนซื้อทองคำต่อเนื่อง 18 เดือนไม่หยุด ปริมาณสำรองพุ่ง 74.6 ล้านออนซ์

"ทองลง" ก็ไม่หวั่น ถึงเวลาต้องโกย? ถอดรหัส ทำไมจีนซื้อทองคำต่อเนื่อง 18 เดือนไม่หยุด ปริมาณสำรองพุ่ง 74.6 ล้านออนซ์
TNN ช่อง16
19 พฤษภาคม 2569 ( 08:00 )

"ทองลง" ไม่กลัว ต้องเร่งซื้อ? ธนาคารกลางจีนเดินหน้าสะสมทองคำต่อเนื่องเดือนที่ 18 ปริมาณสำรองพุ่ง 74.6 ล้านออนซ์


ทำไมจีนซื้อทองคำไม่หยุด?


แม้ราคาทองคำในตลาดโลกจะอ่อนตัวลงในช่วงที่ผ่านมา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นสวนทางอย่างชัดเจน คือ การเดินหน้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางจีน หรือ PBOC


ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานบริหารเงินตราต่างประเทศแห่งรัฐของจีน หรือ SAFE ระบุว่า ณ สิ้นเดือนเมษายน 2569 ปริมาณทองคำสำรองของจีนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 74.6 ล้านออนซ์ หลังธนาคารกลางจีนเข้าซื้อทองคำเพิ่มอีกประมาณ 260,000 ออนซ์ภายในเดือนเดียว


ตัวเลขดังกล่าวทำให้จีนซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 ติดต่อกัน และยังถือเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2568


ภาพที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า แม้ราคาทองคำโลกจะเผชิญแรงเทขายอย่างหนักจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง แต่จีนยังคงมองทองคำเป็นสินทรัพย์สำคัญในระยะยาว


 ราคาทองร่วง แต่ธนาคารกลางทั่วโลกกลับเร่งซื้อ


ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ราคาทองคำเคยร่วงลงมากกว่า 10% จากแรงขายทำกำไร และการเพิ่มสภาพคล่องของนักลงทุน หลังตลาดกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากสงคราม อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อโลกกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง


สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนบางส่วนกังวลว่า ธนาคารกลางหลายประเทศอาจจำเป็นต้องชะลอการลดดอกเบี้ยออกไป ส่งผลให้เกิดแรงขายในตลาดทองคำระยะสั้น


แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ราคาทองจะอ่อนตัวลง ธนาคารกลางทั่วโลกกลับใช้จังหวะดังกล่าวเข้าซื้อทองคำเพิ่ม


โดยเฉพาะจีน โปแลนด์ อุซเบกิสถาน และหลายประเทศในเอเชียกลาง ที่ยังคงมองทองคำเป็น “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” มากกว่าจะมองเพียงการเคลื่อนไหวระยะสั้นของราคา


รายงาน Gold Demand Trends ไตรมาส 1 ปี 2569 ของ World Gold Council ระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิรวม 244 ตันในไตรมาสแรกของปี เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าค่าเฉลี่ยรายไตรมาสในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน


รายงานดังกล่าวยังระบุว่า ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของระบบการเงินโลก ยังคงเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อการซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก


จีนเร่งลดการพึ่งพาดอลลาร์


หนึ่งในประเด็นสำคัญที่นักวิเคราะห์ทั่วโลกจับตา คือ แนวโน้ม “ลดการพึ่งพาดอลลาร์” หรือ De-dollarization ซึ่งเริ่มเห็นชัดมากขึ้นในหลายประเทศ โดยเฉพาะจีน


ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จีนพยายามกระจายความเสี่ยงจากการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ด้วยการเพิ่มสินทรัพย์ทางเลือกในทุนสำรองระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทองคำ เงินหยวน หรือสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์อื่น ๆ


ทองคำจึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จีนใช้ลดความเสี่ยงจากระบบการเงินที่อิงดอลลาร์สหรัฐ


ขณะที่โลกปัจจุบันเต็มไปด้วยแรงกดดัน ทั้งสงคราม การคว่ำบาตร และความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับการถือครองทองคำมากขึ้น


ข้อมูลของ World Gold Council ระบุว่า จีนเพิ่มทองคำสำรองอีกประมาณ 7 ตันในไตรมาสแรกของปี 2569 ส่งผลให้ปริมาณทองคำสำรองรวมของจีนเพิ่มขึ้นสู่ระดับประมาณ 2,313 ตัน คิดเป็นราว 9% ของทุนสำรองทั้งหมดของประเทศ


แม้สัดส่วนดังกล่าวยังต่ำกว่าสหรัฐฯ หรือหลายประเทศในยุโรป แต่ทิศทางการสะสมทองคำของจีนถือว่ามีความต่อเนื่องอย่างมาก โดยเฉพาะหลังจากจีนกลับมาซื้อทองคำอีกครั้งในช่วงปลายปี 2567 หลังหยุดซื้อชั่วคราวก่อนหน้านั้น


ทองคำ กลายเป็น “สินทรัพย์สำรองเชิงยุทธศาสตร์”


สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในระบบการเงินโลก คือ หลายประเทศไม่ได้ซื้อทองคำเพียงเพื่อเก็งกำไร แต่กำลังมองทองคำเป็น “สินทรัพย์สำรองเชิงยุทธศาสตร์” สำหรับรับมือโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน


รายงานของ Reuters ระบุว่า แม้ราคาทองคำจะร่วงแรงในช่วงเดือนมีนาคมจากผลกระทบของสงครามและความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ แต่ธนาคารกลางหลายประเทศยังคงเดินหน้าซื้อทองคำต่อเนื่อง ซึ่งช่วยพยุงตลาดทองคำไม่ให้ปรับตัวลงรุนแรงกว่านี้


ด้าน Bloomberg รายงานว่า แนวโน้มการซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกยังคงแข็งแกร่ง แม้ราคาทองคำจะทำสถิติสูงสุดใหม่ในช่วงต้นปี เพราะหลายประเทศยังมองว่าทองคำเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงระยะยาว ท่ามกลางโลกที่เข้าสู่ยุคความขัดแย้งทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น


นอกจากจีนแล้ว ประเทศที่ซื้อทองคำเพิ่มมากที่สุดในไตรมาสแรกของปีคือโปแลนด์ ซึ่งเพิ่มทองคำสำรองอีก 31 ตัน ขณะที่อุซเบกิสถานเพิ่มอีก 25 ตัน ส่วนคาซัคสถาน มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ต่างเพิ่มการถือครองทองคำเช่นกัน


ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า ทองคำกำลังกลับมามีบทบาทสำคัญมากขึ้นในระบบการเงินโลกยุคใหม่ หลังจากก่อนหน้านี้โลกเคยพึ่งพาสินทรัพย์ดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นหลัก


เศรษฐกิจชะลอ ยิ่งหนุนความต้องการทองคำ


อีกปัจจัยที่ช่วยหนุนความต้องการทองคำของจีน คือ ความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกที่เริ่มชะลอตัวลง โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีนเอง ที่ยังเผชิญแรงกดดันจากภาคอสังหาริมทรัพย์ หนี้ภาคเอกชน และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังอ่อนแอ


Reuters รายงานว่า ความต้องการสินเชื่อในจีนยังคงอ่อนแอ แม้ธนาคารกลางจีนจะพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการการเงินหลายรอบ


แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความต้องการทองคำในจีนกลับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งในระดับธนาคารกลาง นักลงทุน และภาคประชาชน


เบี้ยประกันราคาทองคำในจีนปรับเพิ่มขึ้นก่อนวันหยุดแรงงาน เนื่องจากผู้ซื้อเร่งสะสมทองคำ ขณะที่โควตานำเข้าทองคำยังอยู่ในระดับจำกัด


นอกจากนี้ สมาคมทองคำจีนยังรายงานว่า การผลิตทองคำในประเทศลดลงในไตรมาสแรก จากการตรวจสอบความปลอดภัยในเหมือง แต่การบริโภคทองคำภายในประเทศกลับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง


ทองคำจึงยังถูกมองเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” ในสายตาของทั้งรัฐบาล นักลงทุน และประชาชนจีน โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูง

ทองคำ กับยุทธศาสตร์ระยะยาวของจีน


สำหรับจีน การเพิ่มทองคำสำรองยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ระยะยาวในการผลักดันเงินหยวนให้มีบทบาทมากขึ้นในเวทีโลก โดยเฉพาะในกลุ่ม BRICS และประเทศกำลังพัฒนา


ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จีนพยายามผลักดันการค้าระหว่างประเทศด้วยสกุลเงินหยวนมากขึ้น รวมถึงการทำข้อตกลงด้านพลังงานกับหลายประเทศโดยไม่ใช้ดอลลาร์สหรัฐ


แม้เงินหยวนยังไม่สามารถท้าทายสถานะของดอลลาร์ได้โดยตรง แต่การสะสมทองคำจำนวนมากช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และเสถียรภาพให้กับทุนสำรองของจีนในระยะยาว


ทองลง นักลงทุนควรคิดอย่างไร?


คำถามสำคัญคือ เมื่อราคาทองคำปรับฐาน นักลงทุนควร “รีบซื้อ” หรือไม่


สิ่งที่กำลังสะท้อนจากการเคลื่อนไหวของธนาคารกลางทั่วโลก คือ หลายประเทศมองทองคำเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงระยะยาว มากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น


โดยเฉพาะในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งสงคราม เงินเฟ้อ ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจ และความผันผวนของค่าเงิน


อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังคงมีความผันผวนสูงในระยะสั้น และขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ค่าเงินดอลลาร์ ภาวะเศรษฐกิจโลก และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์


แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นชัด คือ ธนาคารกลางจีนยังคงซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 และทั่วโลกกำลังกลับมาให้ความสำคัญกับทองคำอีกครั้ง ในฐานะ “สินทรัพย์สำรองเชิงยุทธศาสตร์” ของโลกยุคใหม่



ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง