รีเซต

ชาวอเมริกันเรียกร้องใช้บทบัญญัติที่ 25 ของรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขถอดถอนทรัมป์

ชาวอเมริกันเรียกร้องใช้บทบัญญัติที่ 25 ของรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขถอดถอนทรัมป์
TNN ช่อง16
8 เมษายน 2569 ( 16:51 )
11

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สมาชิกสภานิติบัญญัติได้หยิบยกวิธีการถอดถอนประธานาธิบดีตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญขึ้นมาพูดคุยหลายครั้ง และดูเหมือนว่าคณะรัฐมนตรีของโดนัลด์ ทรัมป์ได้หารือเกี่ยวกับทางเลือกนี้อย่างจริงจังมากกว่าที่หลายคนคาดคิดไว้ในตอนแรก หลังจากเหตุการณ์ผู้สนับสนุนทรัมป์บุกอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021

แต่ทว่าการจะถอดถอนทรัมป์ออกจากตำแหน่งให้สำเร็จ คณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่และรองประธานาธิบดีจะต้องให้การสนับสนุน ซึ่งในเวลานี้ยังไม่มีวี่แววที่ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ หรือรรัฐมนตรีคนอื่น ๆ จะออกมาสนับสนุนเรื่องนี้

ขณะที่คำพูดของทรัมป์เมื่อเช้าวานนี้ที่ว่า “อารยธรรม (อิหร่าน) ทั้งหมดจะล่มสลายในคืนนี้” หากอิหร่านไม่ทำข้อตกลง ทำให้กลุ่มประชาชน องค์กรอิสระ ส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์ และเรียกร้องให้ถอดถอนทรัมป์มากขึ้น ล่าสุด ฝ่ายเดโมแครตและผู้ที่เคยสนับสนุนทรัมป์อกมาเรียกร้องให้ใช้ 25th Amendment หรือ “บทบัญญัติ 25 ของรัฐธรรมนูญ”


การกลับมาของ 25th Amendment



นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์เผชิญกระแสเรียกร้องให้ใช้บทบัญญัติฯ ที่ว่านี้ อเล็กซ์ โจนส์ นักทฤษฎีสมคบคิดและอดีตผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ใช้บทบัญญัติ 25 ของรัฐธรรมนูญเพื่อถอดถอนอำนาจประธานาธิบดีของทรัมป์

“เราจะใช้บทบัญญัติที่ 25 ของรัฐธรรมนูญจัดการกับมันยังไงดี?” อเล็กซ์ โจนส์ นักทฤษฎีสมคบคิด ถามแขกรับเชิญของเขาในรายการวันจันทร์

ส่วนมาร์จอรี เทย์เลอร์ กรีน ส.ส. รีพลับลิกันจากรัฐจอร์เจีย โพสต์ผ่าน X หลังทรัมป์ขู่ทำลายอารยธรรมโลกว่าเป็น “ความชั่วร้ายและความบ้าคลั่ง”

25th Amendment คืออะไร?


25th Amendment คือการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกาที่ผ่านการอนุมัติในปี 1967 เพื่อชี้แจงอย่างชัดเจนถึงวิธีการสืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดีในกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ

ในประวัติศาสตร์อเมริกา กระบวนการแต่งตั้งประธานาธิบดีคนใหม่แทนที่ประธานาธิบดีที่เสียชีวิตหรือไร้ความสามารถนั้นค่อนข้างคลุมเครือ

ในปี 1841 เมื่อประธานาธิบดีวิลเลียม แฮร์ริสันเสียชีวิตหลังจากดำรงตำแหน่งได้เพียงหนึ่งเดือน รัฐธรรมนูญได้ระบุไว้ไม่ชัดเจนว่ารองประธานาธิบดีจะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี หรือประธานาธิบดีเต็มตัว แต่รองประธานาธิบดีจอห์น ไทเลอร์ก็มุ่งมั่นที่จะใช้อำนาจเต็มและมันก็เป็นอย่างนั้นถึงทุกวันนี้

ขณะที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 25 ระบุวิธีการเปลี่ยนตัวประธานาธิบดีหรือรองประธานาธิบดี และอนุญาตให้มีการถ่ายโอนอำนาจชั่วคราว โดยประธานาธิบดีเองสามารถประกาศได้ว่า ตนเองไม่สามารถดำรงตำแหน่งต่อได้ เช่น ในกรณีทุพพลภาพ

แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ยังรวมถึงมาตรา 4 ซึ่งเป็นมาตราที่ผู้คนกำลังพูดถึงกันอยู่ในขณะนี้ด้วย โดยมาตรา 4 ในรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 25 ระบุว่า รองประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่ หรือรองประธานาธิบดีและ “องค์กร” อื่นส่วนใหญ่ที่ได้รับการคัดเลือกโดยรัฐสภาสหรัฐฯ สามารถประกาศเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่งอยู่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่และอำนาจของตนได้ และรองประธานาธิบดีจะเข้ารับตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดี

ซึ่งในหลักการนี้จะต้องได้รับเสียงข้างมาก 2 ใน 3 จากทั้ง 2 สภาของรัฐสภาจึงจะลงมติว่า ประธานาธิบดีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และรองประธานาธิบดีจะทำหน้าที่แทน

หากเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับทรัมป์ รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ และคณะรัฐมนตรีของทรัมป์จะต้องลุกขึ้นมาต่อต้านเขา ซึ่งในเวลานี้ ยังไม่มีท่าทีใด ๆ ออกมาจากแวนซ์

25th Amendment ต่างกับการถอดถอนออกจากตำแหน่ง (impeachment)?



การถอดถอนเป็นกระบวนการกึ่งพิจารณาคดีที่เจ้าหน้าที่ที่ถูกเลือกตั้งมา สามารถถูกปลดออกจากตำแหน่งได้ เนื่องจากการประพฤติมิชอบร้ายแรง ไม่ใช่การพิจารณาคดีอาญา แต่สุดท้ายแล้วผู้ดำรงตำแหน่งจะถูกนำตัวขึ้นศาลในวุฒิสภาสหรัฐฯ เพื่อตอบข้อกล่าวหา

สภาผู้แทนราษฎร ต้องลงมติก่อนเพื่อนำข้อกล่าวหาหรือมติถอดถอนเจ้าหน้าที่ออกจากตำแหน่ง หากข้อกล่าวหาเหล่านั้นผ่านด้วยคะแนนเสียงข้างมาก วุฒิสภาก็จะดำเนินการพิจารณาคดีถอดถอนต่อไป

การถอดถอนนั้นใช้เกณฑ์ต่ำกว่าบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 25 เล็กน้อย กล่าวคือ ต้องได้รับเสียงข้างมากจากสภาผู้แทนราษฎรและเสียงวุฒิสภา 2 ใน 3 เพื่อถอดถอนเจ้าหน้าที่ออกจากตำแหน่ง ซึ่งแตกต่างจากมาตรา 4 ของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 25 ที่ต้องได้รับเสียงสองในสามของทั้งสองสภาจึงจะผ่านได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง