รีเซต

อเมริกาใช้คน-อาวุธ​-เครื่องบิน-เทคโนโลยีมหาศาล เพื่อนักบินที่ตกในอิหร่านคนเดียว !?

อเมริกาใช้คน-อาวุธ​-เครื่องบิน-เทคโนโลยีมหาศาล เพื่อนักบินที่ตกในอิหร่านคนเดียว !?
TNN ช่อง16
13 เมษายน 2569 ( 14:35 )
35

เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา เครื่องบินขับไล่ F-15 โดนยิงตกลงในแดนของอิหร่าน หลังจากที่อเมริกาใช้กำลังทางอากาศเหนือน่านฟ้าอิหร่านอย่างต่อเนื่อง และนักบินทั้ง 2 นาย เลยกลายเป็นเป้าหมายสำคัญสูงสุด ของทั้งสหรัฐอเมริกา และอิหร่าน 


ตามที่ฝั่งสหรัฐอเมริกา นำโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อธิบาย ระบุว่าสาเหตุที่ F-15 โดนยิงตกนั้นเกิดจากการบินที่ระดับเพดานบินต่ำ และยังโวว่าสุดท้ายสามารถช่วยเหลือนักบินทั้ง 2 นาย โดยเฉพาะนายที่ 2 ที่อยู่ในดินแดนอิหร่านมากกว่า 36 ชั่วโมงได้สำเร็จ


แต่ภารกิจช่วยเหลือครั้งนี้ มีหลายสิ่งที่อเมริกาต้องแลก และยังกลายเป็นการเปิดไพ่ลับให้โลกรู้เป็นครั้งแรก กับเทคโนโลยีควอนตัมที่เรียกว่า Ghost Murmur ตามที่ TNN Tech รายงานก่อนหน้านี้


อาวุธ-เครื่องบิน-เทคโนโลยีที่อเมริกาใช้ช่วยชีวิตนักบินที่ตกในอิหร่าน

ภาพรวมของการเข้าช่วยเหลือในครั้งนี้ มีเครื่องบินทางทหาร 155 ลำ ซึ่งรวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิด 4 ลำ เครื่องบินขับไล่ 64 ลำ เครื่องบินเติมเชื้อเพลิง 48 ลำ และเครื่องบินกู้ภัย 13 ลำ ถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจกู้ภัยครั้งนี้

แต่ในภารกิจเดียวกัน เครื่องบินหลายลำได้รับความเสียหายระหว่างภารกิจ กองกำลังฝั่งสหรัฐฯ อ้างว่าได้ทำลายเครื่องบิน MC-130J 2 ลำ ที่จอดอยู่บนพื้นดินเพื่อป้องกันการถูกยึด รวมถึงยังมีเฮลิคอปเตอร์ MH-6 Black Hawk จำนวน 4 ลำ ที่ใช้ในปฏิบัติการดังกล่าวได้รับความเสียหายด้วย


แต่พระเอกจริง ๆ ในภารกิจกู้ภัยครั้งนี้ ตามที่สหรัฐอเมริกากล่าวไว้ฝ่ายเดียว คืออุปกรณ์ลับไม่ทราบชื่อและประสิทธิภาพที่แท้จริงที่มีฉายาว่า "Ghost Murmur" 

Ghost Murmur คืออะไร

อาวุธลับ "Ghost Murmur" (โกสท์ เมอร์เมอร์) พัฒนาโดยทีมงาน Skunk Works หน่วยงานลับของบริษัท Lockheed Martin ซึ่งมีผลงานพัฒนาเทคโนโลยีอาวุธขั้นสูงมาตั้งแต่ในอดีต รวมไปถึงเครื่องบินรบล่องหน ทั้งนี้ คำว่า “murmur” ในทางการแพทย์ หมายถึงลักษณะและการเปลี่ยนแปลงทางไฟฟ้าของสัญญาณชีพจร 

คาดกันว่า "Ghost Murmur" ใช้หลักการ Quantum Magnetometry ตรวจจับสนามแม่เหล็กไฟฟ้าขนาดจิ๋วที่เกิดจากการเต้นของหัวใจมนุษย์ได้จากระยะไกล พร้อมเซนเซอร์จากเพชรสังเคราะห์ที่ใช้โครงสร้างระดับโมเลกุลเป็นตัวขับเคลื่อน 

ซึ่งเคลมว่าสามารถขยายสัญญาณชีพที่ปกติอ่อนมากให้ตรวจจับได้จากระยะไกลเกือบ 65 กิโลเมตร  อีกทั้งยังมี AI ที่ช่วยแยกแยะระหว่างสัญญาณจริงกับสัญญาณรบกวนในธรรมชาติ หรือ background noise ด้วย

(อ่านรายละเอียดภารกิจช่วยเหลือนักบินได้ที่นี่)


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง