"แข็งแรงดีก็วูบได้" รู้เท่าทันภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า จากกรณีข่าวความสูญเสียกะทันหันของผู้ที่ดูมีสุขภาพแข็งแรงและไม่มีอาการเจ็บป่วยมาก่อน จนสร้างความสงสัยให้กับสังคมว่า "ทำไมคนที่ดูแข็งแรงดี ถึงเสียชีวิตเฉียบพลันได้ ทางการแพทย์เรียกภาวะนี้ว่า Sudden Cardiac Death หรือการเสียชีวิตกะทันหันจากสาเหตุทางหัวใจซึ่งมักเกิดขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเริ่มมีอาการ สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ "การแข็งแรงภายนอกไม่ได้แปลว่า หลอดเลือดข้างในปกติ" หลายคนออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมหนักๆ ได้ตามปกติ แต่จริงแล้วอาจมีโรคซ่อนอยู่ ซึ่งสาเหตุของการเกิดภาวะนี้ จะแตกต่างกันตามช่วงวัย ดังนี้ ผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปี สาเหตุอันดับ 1 เกิดจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน (Coronary Artery Disease) ซึ่งมีการตีบสะสมมานาน โดยไม่แสดงอาการ (Silent Ischemia) จนกระทั่งคราบไขมันเกิดการแตกตัวและอุดตันเฉียบพลัน ผู้ที่อายุน้อยกว่า 50 ปีมักเกิดจาก โรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ ( cardiomyopathy ) หรือโรคคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติแต่กำเนิด (Channelopathies)
นายแพทย์เขตต์ ศรีประทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กล่าวเพิ่มเติมว่า สัญญาณเตือน (Red Flags) และแนวทางปฏิบัติตน ว่าเมื่อเกิดอาการผิดปกติ คนส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็นเพียงลมแดด ความเพลีย หรือโรคกระเพาะ แล้วเลือกที่จะนอนพักดูอาการ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด หากพบสัญญาณเหล่านี้ ห้ามนอนพักเด็ดขาด ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที 1.วูบ หน้ามืด หมดสติ โดยเฉพาะการวูบขณะออกแรง ออกกำลังกาย หรือวูบในท่านอน 2.แน่นหน้าอก รู้สึกแน่น อึดอัด เหมือนมีอะไรทับ อาจร้าวไปที่กราม แผ่นหลัง หรือแขน 3.ใจสั่นรุนแรง หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ สะดุด หรือหวิวรุนแรงร่วมกับเหงื่อออก 4.เหนื่อยหอบผิดปกติ หายใจลำบากเฉียบพลันขณะทำกิจกรรมปกติ
นายแพทย์ธสุ เธียรธำรงสุข แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสรีระไฟฟ้าหัวใจ สถาบันโรคทรวงอก เน้นย้ำว่า หากพบคนวูบหมดสติ "ทุกนาทีคือชีวิต" (Chain of Survival) เนื่องจากภาวะนี้อาจเกิดจากหัวใจเต้นผิดจังหวะขั้นรุนแรง (VT/VF) จนนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้น การช่วยชีวิตอย่างรวดเร็วจะเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้สูงสุดตามขั้นตอน Recognize & Call (สังเกตและโทร) ประเมินว่าหมดสติ ไม่ตอบสนอง และไม่หายใจ (หรือหายใจเฮือก) ให้โทร 1669 ทันที 2. Early CPR (กดหน้าอกทันที) เริ่มปั๊มหัวใจกดหน้าอกตรงกลางอกอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเลือดไปเลี้ยงสมอง 3.Early AED (ใช้เครื่องกระตุกหัวใจ) นำเครื่อง AED มาแปะและทำตามคำแนะนำของเครื่อง การกระตุกหัวใจด้วย AED ภายใน 3–5 นาทีแรก สามารถเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้สูงถึง 50–70%
นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึง แนวทางการป้องกันว่า ประชาชนสามารถป้องกัน Sudden Cardiac Death ได้ด้วยการหมั่นตรวจเช็กปัจจัยเสี่ยง ควบคุมความดันโลหิต ไขมันในเลือด เบาหวาน
งดสูบบุหรี่ ตรวจสุขภาพประจำปี และประเมินประวัติครอบครัว หากมีคนในครอบครัวสายตรง (พ่อ แม่ พี่ น้อง) เสียชีวิตกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ ( Cardiomyopathy ) ควรเข้าพบแพทย์หัวใจเพื่อตรวจคัดกรอง รวมถึงอย่าชะล่าใจกับอาการเตือน เช่น อาการแน่นหน้าอกหรือวูบ ให้พบแพทย์เพื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) และประเมินความเสี่ยงทันที
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
