รีเซต

ทรู เปิดนวัตกรรม “โดรน AI” ยกระดับระบบขนส่งไทย

ทรู เปิดนวัตกรรม “โดรน AI” ยกระดับระบบขนส่งไทย
TNN ช่อง16
23 มีนาคม 2569 ( 14:45 )
10

กรุงเทพฯ 23 มีนาคม 2569 - ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในระบบ โลจิสติกส์ของประเทศไทย โดย ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับแอนท์เวิร์ค (Antwork) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันโลจิสติกส์ด้วยอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ตอกย้ำพันธกิจในการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยไปต่อยอดสู่การใช้งานจริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน พร้อมเสริมศักยภาพประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะในระดับภูมิภาค

ท่ามกลางความท้าทายจากปัญหาการจราจรในเมือง ความต้องการการขนส่งที่เพิ่มมากขึ้น และแรงกดดันจากสภาพแวดล้อมต่างๆ   เป็นที่มาสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ที่จะนำเสนอแพลตฟอร์มโลจิสติกส์ด้วยโดรนยุคใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วย Physical AI ซึ่งช่วยให้โดรนสามารถรับรู้ สั่งการ และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมจริงได้แบบเรียลไทม์ เปิดมิติใหม่ของการขนส่งที่รวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยอาศัยประสบการณ์การดำเนินงานของแอนท์เวิร์คในกว่า 60 เมืองทั่วประเทศจีน มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ทั้งด้านสภาพแวดล้อมเมือง สภาพอากาศ และกฎระเบียบการบิน เพื่อให้สามารถขยายการใช้งานได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน

นอกเหนือจากการเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ โครงการนี้ยังสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนและการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว โดยการใช้โดรนในการขนส่งสามารถช่วยลดความแออัดบนท้องถนน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากระบบขนส่งแบบดั้งเดิม ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการคาร์บอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

ในระยะแรก โครงการจะมุ่งเน้นการนำไปใช้ในภาคสาธารณสุข ซึ่ง “ความรวดเร็ว” และ “ความแม่นยำ” มีผลโดยตรงต่อชีวิตผู้ป่วย โดยเครือข่ายโดรนจะช่วยขนส่งตัวอย่างเลือด ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ และเวชภัณฑ์สำคัญระหว่างโรงพยาบาลและห้องแล็บได้อย่างรวดเร็ว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและการให้บริการทางการแพทย์

ในระยะต่อไป จะขยายสู่การใช้งานในภาคธุรกิจ (B2B) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทาน และสร้างระบบกระจายสินค้าที่ชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น โดยโดรนสามารถช่วยขนส่งสินค้าได้รวดเร็วระหว่างคลังสินค้า โรงงาน และร้านค้า ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และเสริมความยืดหยุ่นให้กับระบบโลจิสติกส์

นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าศูนย์วิจัยและนวัตกรรม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม ทรู  คอร์ปอเรชั่น  ในการสร้างนวัตกรรมที่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อประเทศอย่างแท้จริง  ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม ทรู  คอร์ปอเรชั่น มุ่งเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นโซลูชันที่ช่วยยกระดับการใช้ชีวิตและการทำงานของผู้คน ความร่วมมือกับ แอนท์เวิร์ค ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีโดรนขั้นสูงมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทย โดยการผสานความเชี่ยวชาญระดับโลกเข้ากับศักยภาพด้านนวัตกรรมในประเทศ เรามุ่งพัฒนาโมเดลโลจิสติกส์อัจฉริยะที่ทำงานร่วมกับระบบขนส่งเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเศรษฐกิจดิจิทัล”

ดร. จาง เล่ย ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Antwork กล่าวเสริมว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม ทรู  คอร์ปอเรชั่น เพื่อนำเทคโนโลยีโลจิสติกส์ด้วย UAV เข้าสู่ประเทศไทย ด้วยการผสานประสบการณ์การดำเนินงานของเราเข้ากับระบบนิเวศนวัตกรรมของทรู เราเชื่อว่าความร่วมมือนี้จะช่วยเร่งการพัฒนาโซลูชันโลจิสติกส์ที่ชาญฉลาด รวดเร็ว เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเชื่อถือได้”

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม ทรู  คอร์ปอเรชั่น ในการสร้าง “ระบบนิเวศนวัตกรรม” ที่เชื่อมโยงผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก พันธมิตรในประเทศ และบุคลากรรุ่นใหม่ เพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าอย่างยั่งยืนให้กับประเทศไทย โดยการบูรณาการเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ และโลจิสติกส์สีเขียว จะเป็นรากฐานสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์อัจฉริยะยุคใหม่ ที่รองรับทั้งภาคสาธารณสุข ภาคอุตสาหกรรม และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในอนาคต

เกี่ยวกับ Antwork

Antwork เป็นผู้ให้บริการโซลูชันโลจิสติกส์ด้วยอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ชั้นนำของประเทศจีน โดยเป็นบริษัทแรกที่ได้รับใบอนุญาต Specific Unmanned Aircraft Pilot Operation Approval Letter สำหรับการดำเนินงานในพื้นที่เมือง จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศจีน (CAAC) บริษัทมีระบบเทคโนโลยีโลจิสติกส์ UAV สำหรับเมืองที่ครบวงจร พร้อมประสบการณ์การดำเนินงานจริงในกว่า 60 เมือง ด้วยเที่ยวบินมากกว่า 600,000 เที่ยว ครอบคลุมหลากหลายการใช้งาน เช่น การขนส่งทางการแพทย์ การจัดส่งแบบ On-demand ภายในเมือง อีคอมเมิร์ซสินค้าอาหารสด บริการไปรษณีย์และขนส่ง รวมถึงการกระจายในพื้นที่มหาวิทยาลัย สะท้อนถึงศักยภาพในการขยายระบบที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง