รีเซต

‘อัยการ’ ไฟเขียวร่างสัญญาไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน

‘อัยการ’ ไฟเขียวร่างสัญญาไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน
TNN ช่อง16
3 มิถุนายน 2569 ( 13:47 )
6

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ว่า ขณะนี้ สถานะอยู่ที่ทางสำนักงานอัยการสูงสุดได้พิจารณาตอบกลับ รฟท. และเห็นชอบร่างสัญญาฉบับแก้ไขโครงการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่รฟท. ได้ส่งหนังสือหารือและทำความเข้าใจกับทางอัยการสูงสุด ในการแก้ไขสัญญาฯ

ส่วนประเด็นสำคัญที่ รฟท. หารือกับทางสำนักงานอัยการสูงสุด คือเรื่องข้อสังเกตจำนวน 18 ประเด็น โดยมีข้อสังเกตหลักอยู่เพียงประเด็นเดียว คือเรื่องการทบทวนมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ่งต้องดำเนินการให้ครบถ้วนตามกระบวนการกฎหมาย ส่วนประเด็นย่อยที่เกี่ยวข้องกับร่างสัญญา รฟท. ได้เจรจากับทางเอกชนคู่สัญญาจนได้ข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องหลักประกันเงินร่วมลงทุนจากภาครัฐ ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดได้หารือกับ รฟท. โดยอัยการมีความเห็นในเบื้องต้นว่า อยากให้รวมประเด็นดังกล่าวไว้ด้วย แต่ รฟท. ได้ชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวมีการแยกดำเนินการมาตั้งแต่ต้นตามมติที่เกี่ยวข้อง ทำให้อัยการไม่ได้มีข้อขัดข้อง และเห็นชอบร่างสัญญา โดยไม่มีข้อสังเกตเพิ่มเติม ส่วนข้อสังเกตที่เคยมีการสอบถามหรือให้ชี้แจง ทาง รฟท. ได้ชี้แจงจนเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทางอัยการสูงสุดขอเพียงให้ดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายให้ครบถ้วน โดยเฉพาะในส่วนของการทบทวนมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งทางภาครัฐต้องการให้เอกชนคู่สัญญาได้พิจารณาเงื่อนไขต่างๆ ให้รอบคอบก่อน


นายอนันต์ กล่าวว่า ในส่วนของนโยบายปัจจุบันที่รัฐบาลไม่เห็นด้วยในการแก้สัญญารถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ตรงนี้ รัฐบาลได้มอบนโยบายให้ รฟท. หารือกับภาคเอกชนคู่สัญญา (บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ) อีกครั้ง ในประเด็นการทบทวนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้เอกชนพิจารณาเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างรอบคอบ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา รฟท. ได้มีการประชุมร่วมกับเอกชนคู่สัญญา พร้อมแจ้งรายละเอียดเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องให้รับทราบแล้ว และขณะนี้ทาง รฟท. อยู่ระหว่างรอคำตอบกลับจากทางเอกชนคู่สัญญา ในการเสนอแนวทางเพื่อที่จะให้เดินหน้าโครงการต่อไป ก่อนจะนำผลการหารือ และ คำตอบจากทางเอกชน รายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และเสนอให้คณะกรรมการกำกับนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ติดตามพิจารณาต่อไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง