พลังงาน ชี้แจงแล้ว "สต็อกน้ำมัน 3.3 แสนลิตรในอ่างทอง" เป็นของใคร? ย้ำน้ำมันสำรองไทยเหลือ 104 วัน

"กรมธุรกิจพลังงาน" ชี้แจง "สต็อกน้ำมัน 3.3 แสนลิตรในอ่างทอง" พบเป็นของเอกชนรายย่อย เร่งตรวจเส้นทางขนส่งย้อนหลัง ย้ำภาพรวมสำรองประเทศยังเพียงพอ 104 วัน
นายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ชี้แจงกรณีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริษัทน้ำมันในจังหวัดอ่างทอง หลังมีการร้องเรียนเรื่องการกักตุนและจำหน่ายเกินราคา โดยพบว่าปริมาณน้ำมันที่จัดเก็บรวมประมาณ 330,000 ลิตร เป็นของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 หรือผู้ประกอบการรายย่อย
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าน้ำมันดังกล่าวประกอบด้วย น้ำมันดีเซล 48,000 ลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 จำนวน 210,000 ลิตร และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 จำนวน 73,000 ลิตร โดยประเด็นที่พบความผิดปกติอยู่ที่ขั้นตอนการขนส่ง ซึ่งมีการขนส่งหลายทอด แต่บางช่วงไม่มีใบกำกับการขนส่งตามที่กฎหมายกำหนด อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ที่กำหนดให้ต้องมีเอกสารกำกับทุกครั้ง และต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 60 วัน
อย่างไรก็ตาม ในด้านความปลอดภัยสถานที่เก็บน้ำมันดังกล่าวได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่การตรวจสอบเชิงลึกยังอยู่ระหว่างการติดตามเส้นทางการขนส่งย้อนหลัง เพื่อพิจารณาว่ามีความเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการรายอื่นหรือไม่
ส่วนกรณีสถานีบริการน้ำมันในภาคใต้บางแห่งหยุดจำหน่ายชั่วคราว โดยอ้างว่าจะได้รับการจัดสรรน้ำมันอีกครั้งในวันที่ 1 เม.ย.2569 นั้น กรมธุรกิจพลังงานระบุว่า จะเร่งประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
สำหรับภาพรวมสถานการณ์น้ำมันในประเทศ นายวุฒิทัต ระบุว่า ปริมาณน้ำมันสำรอง ณ วันที่ 20 มี.ค. 2569 อยู่ที่ 5,060 ล้านลิตร คิดเป็นการใช้งานได้ประมาณ 41 วัน และเมื่อรวมกับน้ำมันที่อยู่ระหว่างขนส่งและเตรียมนำเข้าอีก 7,396 ล้านลิตร หรือประมาณ 63 วัน ทำให้ปริมาณสำรองรวมอยู่ที่ราว 104 วัน
ด้านการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้อยู่ในระดับสูงกว่าปกติ แต่ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 18 มี.ค. 2569 พบว่าการใช้น้ำมันเริ่มปรับลดลง โดยดีเซลอยู่ที่ 54.79 ล้านลิตรต่อวัน และเบนซินอยู่ที่ 29.98 ล้านลิตรต่อวัน ใกล้เคียงระดับปกติก่อนเกิดสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2569 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่ตรวจคลังน้ำมันในอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นศูนย์กระจายน้ำมันหลักไปยังสถานีบริการกว่า 200 แห่งในพื้นที่ภาคกลาง พบว่าไม่มีการกักตุน และยังคงเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีการเร่งจ่ายน้ำมันสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติประมาณ 20% แม้จะมีระยะเวลารอรับน้ำมันนานขึ้นจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ยังได้ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ตำบลลาดสวาย พบว่ายังคงเปิดให้บริการตามปกติ แม้บางช่วงจะมีน้ำมันดีเซลขาดชั่วคราว เนื่องจากความต้องการเพิ่มขึ้นและการขนส่งไม่ทันรอบ โดยได้สั่งการให้เร่งแก้ไขปัญหาและตรวจสอบคลังน้ำมันในพื้นที่อื่นอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของมาตรการกำกับดูแล กรมธุรกิจพลังงานได้ประสานสำนักงานพลังงานจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการ ผู้ประกอบการขนส่ง และแหล่งเก็บน้ำมัน เพื่อป้องกันการกักตุน
ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานได้ออกมาตรการผ่อนผันการขนส่ง โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติอนุญาตให้รถบรรทุกน้ำมันสามารถวิ่งได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ เพื่อเร่งกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการ พร้อมทั้งให้หน่วยงานด้านคมนาคมและกรุงเทพมหานครอำนวยความสะดวกด้านการจราจรเพิ่มเติม
พร้อมกันนี้ ยังอยู่ระหว่างออกประกาศกำกับดูแลการค้าน้ำมัน โดยกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ต้องแสดงราคาจำหน่ายและปริมาณน้ำมันคงเหลือ ณ โรงกลั่นและคลังน้ำมัน รวมถึงรายงานข้อมูลดังกล่าวต่อกรมธุรกิจพลังงานทุกวันภายในเวลา 12.00 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ
นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น B20 และผ่อนปรนหลักเกณฑ์การสำรองน้ำมัน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบรองรับความต้องการในช่วงระยะสั้น
ทั้งนี้ กรมธุรกิจพลังงานยืนยันว่า การจัดหาน้ำมันดิบจากต่างประเทศยังเป็นไปตามปกติ และจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมขอความร่วมมือประชาชนใช้น้ำมันอย่างประหยัด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
