รีเซต

‘ไทยพาณิชย์’ ย้ำแวลูเอชั่นหุ้นไทยแพงจัด มองภาพตลาดครึ่งปีหลังยังไม่มีความแน่นอน

‘ไทยพาณิชย์’ ย้ำแวลูเอชั่นหุ้นไทยแพงจัด มองภาพตลาดครึ่งปีหลังยังไม่มีความแน่นอน
มติชน
13 กรกฎาคม 2563 ( 15:37 )
47
‘ไทยพาณิชย์’ ย้ำแวลูเอชั่นหุ้นไทยแพงจัด มองภาพตลาดครึ่งปีหลังยังไม่มีความแน่นอน

ไทยพาณิชย์ย้ำแวลูเอชั่นหุ้นไทยแพงจัด มองภาพตลาดครึ่งปีหลังยังไม่มีความแน่นอน

นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ จำกัด (เอสซีบีเอส) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 คาดว่าจะเคลื่อนไหวในลักษณะไม่แน่นอน (ไซด์เวย์) แม้ทั่วโลกจะผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์แล้ว ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง และเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวแล้ว รวมถึงยังได้รับการสนับสนุนจากบรรดาธนาคารกลางต่างๆ ทำให้คาดว่า กิจกรรมภาคการผลิตจะกลับคืนสู่ภาวะปกติได้ในช่วงไตรมาส 4/2563 แต่ภาคบริการจะยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ โดยคาดว่าความปกติวิถีใหม่ (นิวนอร์มอล) จะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 3/2563 สืบเนื่องมาจากการค้นพบวัคซีน จึงเชื่อว่าสถานการณ์เลวร้ายที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว อย่างไรก็ตาม แม้ไทยจะเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจแล้ว และไม่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม แต่เนื่องจากภาคการบริโภคยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ และยังมีความเสี่ยงจากการระบาดรอบ 2 ในต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ยังคงกดดันอยู่ โดยหากไทยเกิดการระบาดรอบ 2 และต้องล็อกดาวน์ในบางพื้นที่อีกรอบ อาจทำให้ดัชนีหุ้นปรับลดลงไปอยู่ที่ระดับ 1,280-1,300 จุด และปลายปีดัชนีจะอยู่ที่  1,428 จุด และปี 2564 ดัชนีจะอยู่ที่ 1,430 จุด

ปัจจัยเรื่องการเลือกตั้งประธาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นในปลายเดือนพฤศจิกายน 2563 ระหว่างพรรคเดโมแครต และพรรครีพับลิกัน ที่นโยบายแตกต่างกันสุดขั้ว อาจมีผลทำให้ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงในช่วงปลายปีได้อีกครั้ง รวมถึงปัญหาสงครามการค้า (เทรดวอร์) ระหว่างสหรัฐและจีน ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามในประเทศเป็นเรื่องการเมือง ซึ่งมีผลต่อการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจ โดยยอมรับว่ามูลค่า (แวลูเอชั่น) หุ้นไทยขณะนี้ถือว่ามีราคาแพง หากเทียบกับภูมิภาค รวมถึงตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยแล้วกว่า 2 แสนล้านบาท ซึ่งการที่หุ้นไทยปรับตัวขึ้นได้นั้น มาจากการเข้าซื้อสะสมต่อเนื่องของกลุ่มนักลงทุนสถาบันและรายย่อยนายสุกิจกล่าว

นายสุกิจกล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ให้เน้นไปที่หุ้นปลอดภัยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 น้อยและฟื้นตัวได้เร็ว อาทิ กลุ่มอาหาร กลุ่มค้าปลีก และสุขภาพ ส่วนหุ้นที่เหมาะในการเก็งกำไร อาทิ ปิโตรเคมี พลังงาน และขนส่งขณะที่กลุ่มที่ฟื้นตัวช้า อาทิ สื่อสาร ท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ ยานยนต์ เกษตร และแบงก์ ด้านหุ้นที่รับนิวนอร์มอลจะเป็นหุ้นในกลุ่มการแพทย์ ค้าปลีก อาหารและสื่อสาร รวมถึงหุ้นที่วัฏจักรเศรษฐกิจโลกและวัฏจักรเศรษฐกิจในประเทศ

บทความน่าสนใจอื่นๆ

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง