รีเซต

แม่หอบหลาน 5 ชีวิตหนีตายนอนข้างถนน ถูกลูกคลั่งเผาบ้าน-ขู่ตามฆ่า

แม่หอบหลาน 5 ชีวิตหนีตายนอนข้างถนน ถูกลูกคลั่งเผาบ้าน-ขู่ตามฆ่า
ข่าวสด
9 ธันวาคม 2564 ( 10:25 )
19
แม่หอบหลาน 5 ชีวิตหนีตายนอนข้างถนน ถูกลูกคลั่งเผาบ้าน-ขู่ตามฆ่า

แม่หอบหลาน 5 ชีวิต ขึ้นรถซาเล้งหนีตายนอนข้างถนนในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ หลังถูก ลูกคลั่ง เผาบ้าน-ขู่เอาชีวิต ด้าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโร่ช่วยเหลือแล้ว

 

จากกรณีพบชะตากรรมชีวิตของผู้หญิง 5 ราย มีทั้งเด็กน้อยวัย 3 ขวบ, 15 ปี, 16 ปี, 58 ปี และ หญิงชราอายุ 86 ปี พากันขับซาเล้งพ่วงข้างหอบสมบัติที่เหลือเพียงน้อยนิดเพื่อหนีตาย และหาที่อยู่เอาดาบหน้า เนื่องจากลูกชายเกิดอาการคุ้มคลั่งทำลายข้าวของ และเผาวางเพลิงบ้านของตนเองจนวอด หมดทั้งหลัง ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ บ้านห้วยหลัว ต.หนองนาแซง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ นอกจากนี้ ยังถูกขู่ฆ่าและทำร้ายร่างกาย ก่อนจะออกมาหาที่พักพิงใหม่กับญาติ ซึ่งมีอาชีพเลี้ยงเป็ดไร่ทุ่งอยู่บริเวณพุ่มไม้ป่าริมทางถนนสายชัยภูมิ-สีคิ้ว 2155 รอยต่อเขต อ.เมือง กับ อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ

 

ล่าสุดวันที่ 9 ธ.ค.2564 บริษัทเมรัยชัยภูมิ ซึ่งเป็นภาคเอกชน ได้มอบน้ำดื่ม 1.5 ลิตร จำนวน 50 แพ็ก ให้กับ นางนาฏ เพื่อไว้ใช้ดื่มและประกอบอาหาร โดย นายวรศิษย์ พุฒจีบ นายอำเภอจัตุรัส พร้อม น.ส.ภัทรานิษฐ์ ก่อกุศล หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชัยภูมิ และเจ้าหน้าที่ อบต.ละหาน ได้ร่วมกันลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมเยียนและสอบถามข้อมูล

แม่หอบหลาน 5 ชีวิต ขึ้นรถซาเล้งหนีตายนอนข้างถนนในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ หลังถูก ลูกคลั่ง เผาบ้าน-ขู่เอาชีวิต

 

เบื้องต้นจะรับเด็ก พร้อมทั้งครอบครัวไปอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัว แต่เนื่องด้วยนางนาฏมีความประสงค์ที่จะดูแลหลานและแม่ เพราะถ้าเข้าไปในบ้านพักเด็กแล้วก็จะไม่ได้ออกมาทำมาหากิน ซึ่งจะประสานนายอำเภอเมืองชัยภูมิ และตำรวจ สภ.เมืองชัยภูมิ เพื่อติดตามคดีของผู้ก่อเหตุจุดไฟเผาบ้านในครั้งนี้เนื่องจากทางครอบครัวยังหวาดกลัวว่าผู้ก่อเหตุหรือลูกชาย จะพ้นโทษและกลับมาทำร้ายครอบครัวตามที่เคยขู่ไว้ เนื่องจากเป็นราษฎรของเขตพื้นที่ อ.เมืองชัยภูมิ

 

 

ส่วนการตรวจหาเชื้อโควิด จะประสานหน่วยงาน ทาง รพ.สต.หนองนาแซง เพื่อจะมาตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิดเบื้องต้น ทางชาวบ้านได้รับข้อมูลจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยภูมิ สายตรวจตำบลหนองนาแซง กล่าวว่า ครอบครัวนี้และผู้ก่อเหตุติดเชื้อโควิด-19 จึงทำให้นางนาฏไม่สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติ โดยเฉพาะการทำมาหากินหรือการค้าขาย

 

 

ส่วนตัวนางนาฏเองก็สบายใจขึ้น และไม่ต้องการข้อเรียกร้องอะไรเพิ่มเติมนอกจากความปลอดภัยจากลูกชายผู้ก่อเหตุ และช่วยตรวจยืนยัน เพื่อสยบข่าวลือเรื่องการติดเชื้อโควิด 19 เพื่อจะได้กลับเข้าไปค้าขายและใช้ชีวิตในหมู่บ้านตามปกติต่อไป

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง