'พรอสเพคฯ" เดินหน้าตั้งทรัสต์ วงเงินไม่เกิน 3,738 ล้าน ลงทุนคลังสินค้า-โรงงาน มั่นใจจีนย้ายฐาน ไทยเอา"โควิด" อยู่ หนีศึกมะกัน-จีนรอบใหม่

'พรอสเพคฯ" เดินหน้าตั้งทรัสต์ วงเงินไม่เกิน 3,738 ล้าน ลงทุนคลังสินค้า-โรงงาน มั่นใจจีนย้ายฐาน ไทยเอา"โควิด" อยู่ หนีศึกมะกัน-จีนรอบใหม่
มติชน
30 มิถุนายน 2563 ( 17:43 )
7
'พรอสเพคฯ" เดินหน้าตั้งทรัสต์ วงเงินไม่เกิน 3,738 ล้าน ลงทุนคลังสินค้า-โรงงาน มั่นใจจีนย้ายฐาน ไทยเอา"โควิด" อยู่ หนีศึกมะกัน-จีนรอบใหม่

นางสาวรัชนี มหัตเดชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ในเครือ บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาและบริหารเขตประกอบการอุตสาหกรรมและเขตปลอดอากร ‘โครงการบางกอกฟรีเทรดโซน’ ย่านบางนา-ตราด กม. 23 เปิดเผยว่า จากการประเมินแนวโน้มอุตสาหกรรมคลังสินค้าและโรงงานในประเทศไทย คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตด้านซัพพลายเชนในอุตสาหกรรมต่างๆ จากจีนมาในภูมิภาคอาเซียน หลังจากไทยได้แสดงศักยภาพรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้ดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และยังมีปัจจัยความไม่แน่นอนด้านสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ส่งให้ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ ต้องบริหารความเสี่ยงด้วยการกระจายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่นๆ เพิ่มขึ้น จึงเชื่อว่าไทยจะเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ เนื่องจากอยู่ในทำเลศูนย์กลางของภูมิภาคนี้และมีโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย

 

แนวโน้มดังกล่าวเชื่อว่าจะส่งผลดีกับ ‘โครงการบางกอกฟรีเทรดโซน’ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณถนนบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 23 บนเนื้อที่เกือบ 1,000 ไร่ อันเป็นทำเลยุทธศาสตร์สำคัญของภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ อยู่ใกล้ทางด่วนสายบางนา-ชลบุรีและมอเตอร์เวย์ ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิเพียง 17 กิโลเมตร สนามบินดอนเมือง 60 กิโลเมตร ท่าเรือกรุงเทพ 23 กิโลเมตร ท่าเรือแหลมฉบัง 90 กิโลเมตร และอยู่ไม่ไกลจากนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี

 

บริษัทฯ พัฒนาโครงการบางกอกฟรีเทรดโซนภายในเขตประกอบการอุตสาหกรรม ประกอบด้วยอาคารคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า มีทั้งอาคารคลังสินค้าสำเร็จรูป อาคารโรงงานสำเร็จรูป อาคารโรงงานสำเร็จรูปขนาดเล็ก และอาคาร Built-to-Suit ที่สร้างตามความต้องการของลูกค้า แบ่งเป็นพื้นที่เขตประกอบการทั่วไป (General Zone) และเขตปลอดอากร (Free Zone) ซึ่งผู้ประกอบการในเขตปลอดอากรจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆ เช่น ยกเว้นอากรขาเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีสรรพสามิตสำหรับเครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือและเครื่องใช้ในการผลิต ของที่นำเข้าเพื่อการผลิตสินค้าหรือเพื่อพาณิชยกรรม เป็นต้น ยกเว้นอากรขาออก ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีสรรพสามิต สำหรับวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลพลอยได้และสิ่งอื่นที่ได้จากการผลิต รวมถึงได้รับยกเว้นภาษีตามกฎหมายว่าด้วยสุราสำหรับการนำเข้าและผลิตในเขตปลอดอากร

 

นายวิชญ ศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรอสเพค รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ กล่าวว่า ได้จัดตั้งทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์พรอสเพค โลจิสติกส์และอินดัสเทรียล หรือ Prospect Logistics and Industrial Leasehold Real Estate Investment Trust (PROSPECT) (‘กองทรัสต์ฯ’) เพื่อเข้าลงทุนในสิทธิการเช่าช่วงที่ดินและอาคารบางส่วนในโครงการบางกอกฟรีเทรดโซน นับจากวันที่จดทะเบียนสิทธิการเช่าช่วง ถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2582 โดยภายหลังการเข้าลงทุนครั้งแรก กองทรัสต์ฯ จะแต่งตั้งบริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาและบริหารโครงการบางกอกฟรีเทรดโซนกว่า 10 ปี เป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ต่อไป

ทั้งนี้ กองทรัสต์ฯ จะเข้าลงทุนในสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารคลังสินค้าและโรงงาน จำนวน 63 หลัง รวมทั้งสิ้น 185 ยูนิต ประกอบด้วย อาคารคลังสินค้าสำเร็จรูป 21 หลัง จำนวน 100 ยูนิต อาคารโรงงานสำเร็จรูป 30 หลัง จำนวน 30 ยูนิต อาคารโรงงานสำเร็จรูปขนาดเล็ก 10 หลัง จำนวน 53 ยูนิต และ อาคาร Built-to-Suit ที่สร้างตามความต้องการลูกค้า 2 หลัง จำนวน 2 ยูนิต รวมเนื้อที่ประมาณ 216-0-39 ไร่ มีพื้นที่อาคารให้เช่ารวมประมาณ 220,748 ตร.ม.

นางสาวอรอนงค์ ชัยธง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท พรอสเพค รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทรัพย์สินที่กองทรัสต์ฯจะเข้าลงทุนครั้งแรก มีอัตราการเช่าพื้นที่อยู่ในระดับที่ดีมาตลอด โดยในปี 2560 – 2562 มีอัตราเช่าพื้นที่อยู่ที่ 88.7% 96.4% และ 93.2% ของพื้นที่เช่าทั้งหมดตามลำดับ ส่วน ณ สิ้นไตรมาส 1/2563 มีอัตราเช่าพื้นที่อยู่ที่ 93.7% ของพื้นที่เช่าทั้งหมด และไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวหลังเกิด COVID-19 โดยมีผู้เช่าช่วงพื้นที่รายย่อยที่มีศักยภาพทางธุรกิจ ทั้งสัญชาติไทยและต่างชาติ และยังกระจายตัวในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ธุรกิจการผลิตเยื่อและกระดาษ อุตสาหกรรมพลาสติก อุตสาหกรรมรีไซเคิล ธุรกิจให้บริการด้านโลจิสติกส์ เป็นต้น นอกจากนี้ กองทรัสต์ฯ ได้ประมาณการเงินจ่ายให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในปีแรก (First Year Yield) ตามประมาณการงบกำไรขาดทุนตามสมมติฐานตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2564 สอบทานโดยผู้ตรวจสอบบัญชี ที่อัตรา 1.112 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นอัตราร้อยละ 11.1

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย และที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า PROSPECT เป็นกองทรัสต์ที่มีความโดดเด่น เนื่องจากเข้าลงทุนในทรัพย์สินที่มีคุณภาพ มีทั้งอาคารคลังสินค้าและโรงงาน ตั้งอยู่ในทำเลที่เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ผู้เช่าช่วงพื้นที่รายย่อยมีหลากหลายสัญชาติและประกอบกิจการในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยกองทรัสต์ฯ จะเข้าลงทุนในทรัพย์สินครั้งแรก รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณไม่เกิน 3,738 ล้านบาท ประกอบด้วยการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน วงเงินประมาณไม่เกิน 1,136 ล้านบาท และส่วนที่เหลือจะระดมทุนโดยการเสนอขายหน่วยทรัสต์

ปัจจุบัน กองทรัสต์ฯ ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์และแบบคำขออนุญาตเสนอขายหน่วยทรัสต์ของ PROSPECT แก่สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) และได้รับการนับหนึ่งแบบไฟลิ่งแล้ว เมื่อได้รับการพิจารณาอนุมัติและมีผลใช้บังคับ จะดำเนินการเสนอขายหน่วยทรัสต์แก่นักลงทุน และคาดว่าจะนำหน่วยทรัสต์เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ภายในปีนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง