รีเซต

“เอกนิติ” ชี้วิกฤตพลังงานโลก อาจต้องกู้เงินดูแลเศรษฐกิจ

“เอกนิติ” ชี้วิกฤตพลังงานโลก อาจต้องกู้เงินดูแลเศรษฐกิจ
TNN ช่อง16
23 เมษายน 2569 ( 14:03 )
12

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 มีการตั้งกระทู้ถามสดถึงสถานการณ์พลังงานและราคาน้ำมัน โดยนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ สอบถามรัฐบาลถึงแนวทางจัดการวิกฤตพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า ปัญหาค่าการกลั่นที่ผ่านมาเป็นเพียงตัวเลขอ้างอิงจากตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะสิงคโปร์ ซึ่งไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริงในช่วงสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องได้หารือกับโรงกลั่นและมีข้อสรุปแล้วว่าควรปรับสูตรให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง พร้อมเสนอแนวทางจัดการผลตอบแทนส่วนเกินเข้าสู่ระบบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

ในส่วนของการดูแลราคาพลังงาน รัฐบาลเลือกใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเครื่องมือหลักในการรักษาเสถียรภาพราคา เพื่อลดผลกระทบทั้งในช่วงราคาปรับขึ้นและปรับลง ขณะที่ภาษีสรรพสามิตยังคงเป็นรายได้สำคัญของรัฐ ซึ่งต้องนำไปใช้ดูแลประชาชนในทุกกลุ่ม ไม่เฉพาะผู้ใช้น้ำมันเท่านั้น

นายเอกนิติ ระบุว่า การบริหารนโยบายต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการเยียวยาประชาชนและการรักษาวินัยการคลัง หากใช้ทรัพยากรไปในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนกลุ่มอื่น และอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านการคลังในระยะยาว

สำหรับประเด็นการออกพระราชกำหนดกู้เงิน นายเอกนิติ ยอมรับว่าอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม โดยย้ำว่าเป็นมาตรการเชิงป้องกันล่วงหน้า หากสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลกมีความรุนแรงมากขึ้น โดยอ้างอิงจากเวทีประชุมระดับนานาชาติ ทั้งธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ที่ประเมินตรงกันว่าสถานการณ์พลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นความเสี่ยงสำคัญของเศรษฐกิจโลก

เบื้องต้นได้สั่งการให้ตรวจสอบงบประมาณที่ยังไม่ได้ใช้หรือใช้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เพื่อนำมาปรับใช้ในการช่วยเหลือประชาชนแบบตรงจุด ไม่ใช่การกระจายงบประมาณแบบทั่วถึงทุกกลุ่มโดยไม่มีเป้าหมาย

ทั้งนี้ หากงบประมาณที่มีอยู่ไม่เพียงพอ รัฐบาลอาจต้องใช้เครื่องมือทางการเงินเพิ่มเติม รวมถึงการออก พ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อรองรับทั้งมาตรการเยียวยาระยะสั้น และการลงทุนเพื่อปรับโครงสร้างพลังงานในระยะยาว เช่น การเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน ลดการพึ่งพาการนำเข้า และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

นอกจากนี้ ในประเด็นความโปร่งใสด้านตลาดทุน นายเอกนิติ ยืนยันว่าได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบอย่างเข้มงวด หากพบการกระทำผิดต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยยึดหลักความโปร่งใสและความถูกต้องเป็นสำคัญ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง