สศอ. โล่งแนวโน้มอุตสาหกรรมดีขึ้น - ชี้การเมืองไม่กระทบต่างชาติเดินหน้าลงทุน

สศอ. โล่งแนวโน้มอุตสาหกรรมดีขึ้น - ชี้การเมืองไม่กระทบต่างชาติเดินหน้าลงทุน
ข่าวสด
28 ตุลาคม 2563 ( 14:54 )
86
สศอ. โล่งแนวโน้มอุตสาหกรรมดีขึ้น - ชี้การเมืองไม่กระทบต่างชาติเดินหน้าลงทุน

สศอ. โล่งอกแนวโน้มอุตสาหกรรมดีขึ้น ชี้การเมืองไม่กระทบ ต่างชาติเดินหน้าลงทุน เห็นได้จากเทสลา สอบถามถึงนโยบายส่งเสริมการลงทุนของไทย

 

สศอ.ชี้อุตสาหกรรมดีขึ้น - นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า ขณะนี้แนวโน้มภาคอุตสาหกรรมดีขึ้น เป็นผลจากรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ส่วนปัญหาทางการเมืองในประเทศ มองว่ายังไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ หากกระทบก็มีผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะนักลงทุนต่างชาติยังคงเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการของรัฐบาลไทยที่น่าจะคุมสถานการณ์ได้ เห็นได้จากเทสลา ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) จากสหรัฐ มีความสนใจติดต่อสอบถามถึงนโยบายส่งเสริมการลงทุนของไทย ซึ่งมีกำหนดการประชุมทางไกลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกับสศอ. ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า

 

“หลังจากภาครัฐมีการคลายล็อกกิจกรรมทางเศรษฐกิจเกือบทั้งหมด และหากเหตุการชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองไม่มีความรุนแรง จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมปรับตัวได้ดีกว่านี้ ดังนั้นจึงอยากให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาคุยกัน เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น เศรษฐกิจก็จะดีขึ้นตามไปด้วย”

 

สำหรับดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือนก.ย. 2563 อยู่ที่ระดับ 94.71 ลดลง 2.75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ระดับ 97.39 ซึ่งเป็นการลดลงน้อยกว่าเดือนที่ผ่านมาที่ลดลง 9.05% สะท้อนภาคอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้น เห็นได้จากอัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 63.07% จากเดือนก่อนอยู่ที่ 60.86%

 

นอกจากนี้ ยังเห็นได้จากเอ็มพีไอไตรมาส 3/2563 อยู่ที่ระดับ 91.22 ขยายตัว 13.73% จากไตรมาสก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 80.21 สะท้อนว่าภาคอุตสาหกรรมได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นใกล้กับระดับในช่วงก่อนหน้าสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะการขยายตัวเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคและบริโภค เช่น อุตสาหกรรมอาหาร (ไม่รวมน้ำตาล) หลายตัวยังคงขยายตัวดี เช่นเดียวกันกับอุตสาหกรรมยารักษาโรคที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน

 

ทั้งนี้ เนื่องจากประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ดี ภาคการผลิตอุตสาหกรรมจึงกลับมาฟื้นตัว ประกอบกับภาครัฐได้ดำเนินนโยบายกระตุ้นการบริโภคภายประเทศผ่านโครงการคนละครึ่ง โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการช้อปดีมีคืนเพื่อสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในประเทศในช่วงสิ้นปี คาดจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ขยายตัวดีขึ้น

 

ส่วนการออกวีซ่าพิเศษให้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะช่วยดึงให้นักลงทุนสามารถเข้ามายังประเทศไทยได้ เป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะนำจุดเด่นทั้งทางด้านสาธารณสุขและโครงสร้างพื้นฐานในเขตเศรษฐกิจพิเศษดึงดูดให้เกิดการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (เอส เคิร์ฟ) ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคตและสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ทั่วโลก

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง