รีเซต

โดรนกล้องเร็วสุดในโลก ! แซงรถแข่งฟอร์มูลาวันแชมป์โลก 3 สมัย

โดรนกล้องเร็วสุดในโลก ! แซงรถแข่งฟอร์มูลาวันแชมป์โลก 3 สมัย
TNN ช่อง16
6 มีนาคม 2567 ( 15:51 )
24
โดรนกล้องเร็วสุดในโลก ! แซงรถแข่งฟอร์มูลาวันแชมป์โลก 3 สมัย

บริษัทเครื่องดื่มชูกำลัง เรดบูล (Red Bull) และบริษัทผู้ผลิตโดรนสัญชาติเนเธอร์แลนด์อย่างดัตช์ โดรน ก็อดส์ (Dutch Drone Gods) ได้ร่วมกันพัฒนาโดรนกล้องที่เคลมว่าเร็วที่สุดในโลก โดยมันสามารถไล่ตามรถแข่งฟอร์มูลาวัน อาร์บี-20 (RB20) ของแชมป์โลก 3 สมัยอย่างมักซ์ แฟร์สตัปเปิน (Max Verstappen) ได้ ที่สนามแข่งรถกรังด์ปรีซ์ของซิลเวอร์สโตนเซอร์กิต ในสหราชอาณาจักร


โดรนกล้องที่ทำความเร็วได้สูงสุด 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 



โดรนกล้องนี้เป็นโดรนแบบบังคับด้วยมือ จับภาพแบบ FPV (First Person View) หรือมุมมองบุคคลที่ 1 ภาพที่โดรนจับได้ จะถูกส่งไปยังผู้ควบคุมได้แบบเรียลไทม์ สามารถเร่งความเร็วได้เร็วกว่ารถฟอร์มูลาวันถึง 2 เท่า คือเร่งความเร็วทะลุ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในระยะเวลาเพียง 4 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ สามารถใช้งานได้ในระยะเวลาเพียง 3 นาทีเท่านั้น แต่มันผลักดันศักยภาพของโดรนออกมาได้สูงมาก คือโรเตอร์หมุนด้วยความเร็วสูงสุด 42,000 รอบต่อนาที


การพัฒนาโดรนนี้เริ่มต้นเมื่อประมาณต้นปี 2023 โดยเรด บูล ได้ปรึกษากับดัตช์ โดรน ก็อดส์เพื่อพิจารณาว่าพวกเขาสามารถสร้างโดรนที่สามารถไล่ตามความเร็วของรถแข่งฟอร์มูลาวันได้หรือไม่ ซึ่งในตอนนั้น โดรน FPV สามารถทำความเร็วสูงสุดได้เพียงประมาณ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น หลังจากนั้นพวกเขาได้พัฒนาโดรนหลายด้านด้วยกัน ทั้งความสมดุลของอุปกรณ์ที่สร้างโดรน การออกแบบตัวโดรน น้ำหนัก ความเร็ว ระยะทางที่สามารถบินได้ สิ่งนี้นำไปสู่การออกแบบที่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์ จนในที่สุดหลังจากที่พัฒนาประมาณ 1 ปีก็ออกมาเป็นโดรนกล้องที่เร็วที่สุดในโลกนี่เอง


สิ่งประดิษฐ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องความเร็วเท่านั้น แต่มันยังเป็นการบรรลุความสำเร็จด้านวิศวกรรมที่มีความแม่นยำ ผลักดันขีดจำกัดของสิ่งที่เป็นไปได้ทั้งในด้านเทคโนโลยีทางอากาศและยานยนต์ ไม่แน่ว่าเจ้าสิ่งประดิษฐ์นี้อาจจะเข้ามามีบทบาทในการถ่ายทอดและรับชมกิจกรรมที่เกี่ยวกับความเร็วได้ เหมือนอย่างที่มักซ์ แฟร์สตัปเปินบอกว่า "สิ่งประดิษฐ์นี้สามารถเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนดูฟอร์มูลาวันได้"



ที่มาข้อมูล NewsShooter

ที่มารูปภาพ Red Bull's Youtube Channel

ข่าวที่เกี่ยวข้อง