น้ำมันเบนซินเวียดนามพุ่งร้อยละ 7.66

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม ระบุว่า ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลในเวียดนามยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้รัฐบาลจะดึงเงินจากกองทุนรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมาใช้ เพื่อสกัดกั้นราคาที่พุ่งสูงขึ้นจากผลพวงของสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน โดยราคาน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้น 7.66% ขณะที่ดีเซลปรับขึ้น 1.6% ส่วนราคาน้ำมันก๊าดลดลง 7.7%
กระทรวงฯ ระบุว่าได้เริ่มนำเงินจากกองทุนรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมาใช้แล้ว โดยจัดสรรเงินอุดหนุนในอัตรา 4,000 ดอง (ประมาณ 4.80 บาท) ต่อลิตรสำหรับน้ำมันเบนซินและน้ำมันก๊าด และ 5,000 ดอง (ประมาณ 6 บาท) ต่อลิตรสำหรับน้ำมันดีเซล
ทั้งนี้ กองทุนรักษาเสถียรภาพเชื้อเพลิงของเวียดนามจัดตั้งขึ้นมาเพื่อบรรเทาความผันผวนอย่างรุนแรงของราคาขายปลีกในช่วงที่ตลาดโลกมีความไม่แน่นอน โดยผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงจะต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนภายใต้การดูแลของรัฐบาล ในอัตราคงที่ต่อยอดขายทุก ๆ 1 ลิตร
ข้อมูลจากปีโตรลิเม็กซ์ (Petrolimex) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ระบุว่า นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากความขัดแย้งกับอิหร่าน ราคาน้ำมันเบนซินในเวียดนามได้พุ่งขึ้นรวมแล้วถึง 44% ขณะที่ดีเซลพุ่งขึ้น 59% และน้ำมันก๊าดพุ่งขึ้น 66%
ก่อนหน้านี้เมื่อวันอังคาร (10 มี.ค.) ทางการเวียดนามเรียกร้องให้ธุรกิจท้องถิ่นต่าง ๆ สนับสนุนให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน (work from home) ในฐานะส่วนหนึ่งของความพยายามในการประหยัดเชื้อเพลิง ท่ามกลางปัญหาอุปทานหยุดชะงักและราคาที่พุ่งสูงขึ้น อันเนื่องมาจากสงครามอิหร่าน
แถลงการณ์ระบุว่า หากเป็นไปได้ ธุรกิจต่าง ๆ จำเป็นต้องสนับสนุนให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน เพื่อลดความจำเป็นในการเดินทางและการขนส่ง
ขณะที่ฝั่ม มิญ จิ๊ญ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ได้สั่งการให้กระทรวงการคลังยกเลิกการเก็บภาษีคุ้มครองสิ่งแวดล้อมสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ เวียดนามได้ตัดสินใจยกเว้นภาษีนำเข้าเชื้อเพลิงทุกประเภทเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยมีผลบังคับใช้ไปจนถึงสิ้นเดือนเม.ย.นี้