รีเซต

เปิดกรอบใช้เงินกู้ 2 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด - พัฒนาคนรับศก.ใหม่

เปิดกรอบใช้เงินกู้ 2 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด -  พัฒนาคนรับศก.ใหม่
TNN ช่อง16
27 สิงหาคม 2569 ( 08:12 )
4

รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนแผนงานเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน วงเงิน 200,000 ล้านบาท หลังสภาผู้แทนราษฎรมีมติอนุมัติพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขผลกระทบจากวิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงินรวมไม่เกิน 400,000 ล้านบาท พร้อมยืนยันการใช้เงินทุกบาทต้องมีเป้าหมายชัดเจน คุ้มค่า โปร่งใส และตรวจสอบได้

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 มีมติอนุมัติ พ.ร.ก.ดังกล่าว รัฐบาลพร้อมเดินหน้าดำเนินการตามกรอบกฎหมาย โดยเฉพาะ แผนงานที่ 2 วงเงิน 200,000 ล้านบาท ซึ่งมุ่งปรับโครงสร้างและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ

เตรียมหลักเกณฑ์กลั่นกรองโครงการล่วงหน้า

รัฐบาลได้เตรียมหลักเกณฑ์การกลั่นกรองโครงการไว้แล้ว โดยคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ (คกง.) เห็นชอบกรอบแนวคิด หลักเกณฑ์ และแนวทางการพิจารณาโครงการ เพื่อให้เงินกู้นำไปใช้กับการลงทุนที่สร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม

แนวทางสำคัญประกอบด้วย การลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล การเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การส่งเสริมยานยนต์สะอาด และการพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมพลังงานใหม่

กำหนด Negative List ป้องกันการใช้เงินไม่ตรงเป้าหมาย

รัฐบาลกำหนด Negative List หรือรายการโครงการที่ไม่สามารถขอใช้เงินกู้ได้อย่างชัดเจน โดยโครงการต้องไม่เป็นการจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาวิจัย การศึกษาดูงาน หรือการเดินทางไปต่างประเทศ

นอกจากนี้ ห้ามใช้เงินกู้เพื่อจัดซื้อวัสดุหรือครุภัณฑ์เพื่อแจกจ่ายประชาชนโดยตรง ห้ามแบ่งซื้อแบ่งจ้าง และต้องไม่เป็นโครงการที่ซ้ำซ้อนกับงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือแหล่งเงินอื่น

โครงการที่เสนอขอรับการจัดสรรเงินกู้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดทางเทคนิค เพื่อให้การลงทุนสามารถใช้งานและบำรุงรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

3 กรอบลงทุนหลัก เปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจพลังงานสะอาด

สำหรับกรอบการลงทุนวงเงิน 200,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่

1. ลดการใช้พลังงานฟอสซิลและเพิ่มพลังงานทดแทน
สนับสนุนการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า รวมถึงเทคโนโลยีบริหารจัดการพลังงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

2. ส่งเสริมยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ครอบคลุมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) พลังงานสะอาด สถานีชาร์จ EV (EV Charging Station) และสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Swapping Station) รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์

3. สร้างคนและสร้างงานรองรับเศรษฐกิจพลังงานใหม่
สนับสนุนการ Upskill และ Reskill เพื่อพัฒนาทักษะแรงงาน เช่น ช่างติดตั้งและซ่อมบำรุงระบบโซลาร์เซลล์ ช่างซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนสนับสนุนนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้งานจริงหรือต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้

ย้ำไม่ใช่ “กู้เงินมากองไว้” ทุกโครงการต้องมีผลลัพธ์วัดได้

นางสาวรัชดากล่าวว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ไม่ใช่การกู้เงินมาเก็บไว้ และไม่ใช่การเปิดทางให้หน่วยงานนำเงินไปใช้โดยไม่มีกรอบกำกับ ทุกการใช้จ่ายต้องมีเป้าหมาย หลักเกณฑ์ และผลลัพธ์ที่สามารถวัดได้

การลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจะช่วยให้ประเทศไทยลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และสร้างงานสร้างอาชีพใหม่ให้ประชาชนในภาคเศรษฐกิจพลังงานสะอาด

ทั้งนี้ แบบคำขอรับจัดสรรเงินกู้จะต้องระบุเป้าหมายและตัวชี้วัดผลสำเร็จอย่างชัดเจน ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และขอบเขตของแผนงาน โดยสำนักงบประมาณจะปรับระบบคำขอภายใต้ New e-Budgeting ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ (คกง.)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง