รีเซต

"เอกนัฎ" ดันเกษตรกรเป็นผู้ผลิตน้ำมัน เปลี่ยนผ่านพลังงาน ประโยชน์ต้องถึงประชาชน

"เอกนัฎ" ดันเกษตรกรเป็นผู้ผลิตน้ำมัน เปลี่ยนผ่านพลังงาน ประโยชน์ต้องถึงประชาชน
TNN ช่อง16
4 กันยายน 2569 ( 11:27 )
9

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชูวิสัยทัศน์ "เปลี่ยนผ่านพลังงานไทย" เดินหน้าสร้างความมั่นคง–ลดต้นทุน–กระจายโอกาส ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง


นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "เปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างไรให้ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง Thailand's Energy Transition" ภายในงาน GCNT Expo 2026 


รัฐมนตรีพลังงาน กล่าวว่า พลังงานเป็นเหมือนกับ“ลมหายใจ” ของการดำรงชีวิตและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมชี้ให้เห็นว่า วันนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากหลายด้าน ทั้งวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนของราคาพลังงานโลก ซึ่งล้วนส่งผลต่อความมั่นคงทางพลังงาน ต้นทุนของภาคธุรกิจ และค่าครองชีพของประชาชน


ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว การเปลี่ยนผ่านพลังงานจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ต้องเป็นการ ปฏิรูปโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ เพื่อสร้างความมั่นคง ลดการพึ่งพาการนำเข้า และทำให้พลังงานสะอาดกลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่เข้าถึงได้สำหรับคนไทยทุกกลุ่ม โดยมีหลักสำคัญคือ “ต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

 

เปลี่ยน “บ่อน้ำมันบนดิน” สร้างโอกาสให้เกษตรกรไทย


สำหรับภาคขนส่ง รัฐบาลมุ่งลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ ด้วยการใช้ทรัพยากรภายในประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านแนวคิด “บ่อน้ำมันบนดิน” ที่นำผลผลิตทางการเกษตรมาเป็นส่วนหนึ่งของพลังงาน ทั้งเอทานอลจากอ้อยและมันสำปะหลัง รวมถึงไบโอดีเซลจากปาล์มน้ำมัน


แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดการนำเข้าน้ำมันและลดแรงกดดันด้านต้นทุน แต่ยังช่วยสร้างตลาดให้กับผลผลิตทางการเกษตร ทำให้เกษตรกรไทยมีบทบาทมากขึ้นในห่วงโซ่พลังงาน และช่วยให้เม็ดเงินที่เคยไหลออกนอกประเทศหมุนกลับเข้าสู่เศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้และกระจายโอกาสไปสู่ครัวเรือนเกษตรกร


 “โรงไฟฟ้าบนหลังคา” เปิดโอกาสให้ประชาชนเป็นเจ้าของพลังงาน


ในด้านไฟฟ้า รัฐบาลเตรียมผลักดัน แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย หรือ PDP ฉบับใหม่ เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดให้มากกว่า 60% และผลักดันกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ประมาณ 24,000 เมกะวัตต์ในช่วง 10 ปีแรก


หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในระบบพลังงานมากขึ้น โดยเตรียมจัดสรรโควตาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ประมาณ 5,000–7,000 เมกะวัตต์ ให้ประชาชนและร้านค้าทั่วประเทศ ผ่านรูปแบบที่ช่วยลดภาระการลงทุนเริ่มต้น พร้อมเปิดให้ผู้ให้บริการติดตั้งระบบ หรือ Vendor เข้ามาแข่งขันบนแพลตฟอร์มเปิด ให้ประชาชนมีทางเลือกที่เหมาะสม ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างงานและเพิ่มโอกาสให้ช่างฝีมือในท้องถิ่น


แนวคิดนี้จะทำให้ “หลังคาบ้าน” กลายเป็นแหล่งผลิตพลังงานสะอาด ที่ไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่ยังสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและรายได้ให้กับครัวเรือนในระยะยาว



เปิดตลาด Direct PPA เสริมพลังคนตัวเล็กผ่าน VPP


ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านพลังงานต้องเดินให้สอดคล้องกับกติกาการค้าโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะมาตรการด้านคาร์บอนอย่าง CBAM ซึ่งทำให้ภาคธุรกิจจำเป็นต้องเข้าถึงพลังงานสะอาดมากขึ้น รัฐบาลจึงเดินหน้าเปิดตลาดซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรง หรือ Direct PPA (Direct Power Purchase Agreement) เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงไฟฟ้าสะอาดและบริหารต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ


พร้อมกันนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยี Smart Grid และ Virtual Power Plant (VPP) มาใช้รวบรวมกำลังการผลิตจากโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน อาคารพาณิชย์ และโรงงานขนาดเล็กให้เป็นกำลังการผลิตขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้ผลิตรายย่อยในการเข้ามามีส่วนร่วมและแข่งขันในตลาดพลังงานยุคใหม่


แนวคิดสำคัญคือการ “รวมพลังคนตัวเล็ก” ให้มีศักยภาพเพียงพอในการเข้าสู่ตลาดไฟฟ้า สร้างระบบพลังงานที่เปิดกว้างและกระจายโอกาสอย่างเป็นธรรมมากขึ้น


รองรับ Data Center เติบโต ควบคู่การดูแลประชาชน


อีกหนึ่งโจทย์สำคัญของระบบพลังงานไทยในอนาคตคือการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยเฉพาะ Data Center ซึ่งมีแนวโน้มเป็นกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ รัฐบาลจึงต้องเตรียมระบบบริหารจัดการเพื่อรองรับการลงทุน พร้อมป้องกันไม่ให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นกลายเป็นภาระต่อประชาชน


แนวทางดังกล่าวครอบคลุมทั้งการกำหนดพื้นที่ที่เหมาะสม การบริหารจัดการระบบส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้า การกำหนดประเภทผู้ใช้ไฟฟ้า รวมถึงการวางหลักเกณฑ์ให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ร่วมรับผิดชอบต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการจัดหาเชื้อเพลิง โดยเฉพาะ LNG พร้อมผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมหันมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น


เป้าหมายสำคัญคือการสร้างสมดุลระหว่าง การดึงดูดการลงทุนและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต กับการรักษาเสถียรภาพของระบบพลังงานและดูแลค่าครองชีพของประชาชน

เปลี่ยนวิกฤตพลังงาน สู่โอกาสสร้างเศรษฐกิจใหม่


ท้ายที่สุด การเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงการรับมือกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมหรือความผันผวนของราคาพลังงาน แต่คือโอกาสในการ “ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจใหม่สำหรับอนาคต”


หัวใจสำคัญคือการทำให้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านกระจายไปสู่คนทุกกลุ่ม ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ประกอบการรายเล็ก ครัวเรือน ชุมชน ไปจนถึงภาคอุตสาหกรรม พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตและใช้พลังงานมากขึ้น


เพราะการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่แท้จริง ไม่ได้วัดเพียงว่าไทยสามารถใช้พลังงานสะอาดได้มากแค่ไหน แต่ต้องสร้าง ความมั่นคง ลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง เพื่อเปลี่ยน SHOCK สู่ SHIFT และสร้างอนาคตด้านพลังงานที่มั่นคง สะอาด และเป็นธรรมสำหรับคนไทยทุกคน โดยมีหลักสำคัญคือ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”


สำหรับงาน GCNT Expo 2026 เป็นเวทีรวมพลังเครือข่ายความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “FROM SHOCK TO SHIFT: Sustainable Transition in a Fractured World” ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค กรุงเทพฯ  จัดโดยสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) เป็นเวทีรวมพลังเครือข่ายความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย พร้อมเปิดพื้นที่สำคัญให้ทุกภาคส่วนร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เชื่อมโยงองค์ความรู้ และผนึกพลังขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความผันผวนและความท้าทายรอบด้านของโลก 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง