รีเซต

ไขปริศนาความเงียบแห่งจักรวาล ทำไมเราถึงยังไม่พบมนุษย์ต่างดาว ? อาจเป็นเพราะสภาพอวกาศ

ไขปริศนาความเงียบแห่งจักรวาล ทำไมเราถึงยังไม่พบมนุษย์ต่างดาว ? อาจเป็นเพราะสภาพอวกาศ
TNN ช่อง16
11 มีนาคม 2569 ( 17:23 )
6

นับเป็นเวลานานหลายทศวรรษที่โครงการค้นหาสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาจากต่างดาว (SETI) ได้พยายามดักจับสัญญาณวิทยุจากอวกาศ โดยนักวิทยาศาสตร์มักจะมุ่งเน้นไปที่การค้นหาสัญญาณแบบแถบความถี่แคบพิเศษ (Ultra-narrow signals) เนื่องจากไม่มีปรากฏการณ์ทางธรรมชาติใดที่เรารู้จักสามารถสร้างสัญญาณวิทยุที่มีความถี่แคบและเฉพาะเจาะจงในระดับไม่กี่เฮิรตซ์ได้ หากเราตรวจพบสัญญาณลักษณะนี้ นั่นย่อมเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่บ่งชี้ถึงสิ่งประดิษฐ์จากเทคโนโลยีต่างดาว แต่จนถึงปัจจุบัน เรากลับพบเพียงความเงียบงันที่ยิ่งใหญ่ (Great Silence) ในการค้นหา 

งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Astrophysical Journal โดยทีมนักวิจัยจากสถาบัน SETI นำโดยดร. วิชาล กัจจาร์ (Dr. Vishal Gajjar) และเกรซ ซี. บราวน์ (Grayce C. Brown) อาจมีคำตอบสำหรับปรากฏการณ์นี้

โดยการศึกษาพบว่าสภาพอวกาศ (Space weather) ของดาวฤกษ์ อาจเป็นตัวการรบกวนและบิดเบือนสัญญาณวิทยุของมนุษย์ต่างดาวก่อนที่สัญญาณนั้นจะเดินทางมาถึงโลก

เมื่อดาวเคราะห์ต้นทางส่งสัญญาณคลื่นวิทยุออกมา สัญญาณนั้นจะต้องเดินทางผ่านสภาพแวดล้อมของดาวฤกษ์ ซึ่งเต็มไปด้วยพลาสมาที่ปั่นป่วน ลมดาวฤกษ์ และเหตุการณ์การปะทุอย่างการพ่นมวลโคโรนา (CMEs)

อนุภาคที่มีประจุและพลาสมาเหล่านี้จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Diffractive scintillation ซึ่งทำให้สัญญาณที่เคยคมชัดและมีความถี่แคบ เกิดการเบลอหรือกระจายตัวออกไปยังย่านความถี่อื่น ๆ

ผลที่ตามมา คือ พลังงานของสัญญาณจะลดลงและกว้างขึ้นจนอาจหลุดรอดจากการตรวจจับของระบบที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันที่ถูกออกแบบมาเพื่อหาสัญญาณแบบแคบโดยเฉพาะ ทีมวิจัยได้จำลองสถานการณ์โดยอ้างอิงจากข้อมูลการรบกวนสัญญาณวิทยุของยานอวกาศในระบบสุริยะของเรา แล้วนำไปปรับใช้กับดาวฤกษ์ประเภทอื่น ๆ

โดยผลการจำลองพบว่า 70% ของดาวฤกษ์สามารถทำให้สัญญาณกว้างขึ้นมากกว่า 1 เฮิรตซ์ และอีก 30% ทำให้สัญญาณกว้างขึ้นมากกว่า 10 เฮิรตซ์ ปรากฏการณ์นี้จะยิ่งส่งผลกระทบอย่างหนักในกลุ่มดาวแคระแดง (M-dwarfs) ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ที่มีอยู่ถึง 75% ในกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรา และมักจะมีกิจกรรมทางดาราศาสตร์ที่รุนแรง

และยิ่งไปกว่านั้น หากมีการพ่นมวลโคโรนา (CME) เกิดขึ้นในขณะที่มีการส่งสัญญาณ สัญญาณนั้นอาจกว้างขึ้นถึงกว่า 1,000 เฮิรตซ์ จนเครื่องตรวจจับไม่สามารถมองเห็นได้เลย อย่างไรก็ตาม การค้นพบนี้ไม่ได้แปลว่ามนุษย์ต่างดาวไม่มีอยู่จริง แต่มันชี้ให้เห็นว่า เราอาจจะต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการค้นหาให้เหมาะสมมากขึ้น

นักวิจัยเสนอว่าเราควรออกแบบระบบค้นหาให้สามารถมีความไวต่อการตรวจจับสัญญาณที่อาจจะกว้างกว่าที่คาดการณ์ไว้แต่เดิม หรืออาจต้องเปลี่ยนไปสังเกตการณ์ในคลื่นความถี่วิทยุที่สูงขึ้นซึ่งได้รับผลกระทบจากพลาสมาน้อยกว่า บางทีในอนาคตเราอาจค้นพบว่าแท้จริงแล้ว จักรวาลอาจไม่ได้เงียบเหงาและอาจเต็มไปด้วยสัญญาณจากมนุษย์ต่างดาว เพียงแต่เราอาจจะยังไม่ได้ปรับจูนเครื่องรับสัญญาณให้เข้ากับคลื่นเหล่านั้นอย่างถูกต้องก็เป็นได้ 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง