รีเซต

สัญญาณ “ภัยแล้ง” ชัด! 7 เขื่อนใหญ่เหลือน้ำต่ำกว่า 30% เตือนรับมือภัยแล้งจาก “เอลนีโญ”

สัญญาณ “ภัยแล้ง” ชัด! 7 เขื่อนใหญ่เหลือน้ำต่ำกว่า 30% เตือนรับมือภัยแล้งจาก “เอลนีโญ”
TNN ช่อง16
17 กรกฎาคม 2569 ( 10:30 )
11

สถานการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของประเทศไทยเริ่มน่าเป็นห่วง หลังคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติรายงานข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 พบว่า มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 7 แห่งทั่วประเทศที่มีปริมาณน้ำกักเก็บเหลือต่ำกว่าร้อยละ 30 ของความจุอ่าง เข้าสู่ระดับวิกฤต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร และการบริหารจัดการน้ำในหลายพื้นที่ หากสถานการณ์ฝนในช่วงที่เหลือของฤดูฝนไม่เป็นไปตามคาด


เขื่อนที่มีสถานการณ์น่ากังวลมากที่สุด คือ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณน้ำกักเก็บเหลือเพียง 115 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 13 ของความจุอ่าง ขณะที่ เขื่อนคลองสียัด จังหวัดฉะเชิงเทรา มีน้ำกักเก็บเหลือเพียง 58 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 14 ของความจุอ่าง โดยเขื่อนคลองสียัดถือเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำคัญของพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่รองรับทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และการใช้น้ำของประชาชน


นอกจากนี้ ยังมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่อีก 5 แห่งที่มีปริมาณน้ำอยู่ในระดับเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ได้แก่ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จังหวัดพิษณุโลก มีน้ำกักเก็บร้อยละ 24, เขื่อนนฤบดินทรจินดา จังหวัดปราจีนบุรี ร้อยละ 24, เขื่อนปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร้อยละ 24, เขื่อนน้ำพุง จังหวัดสกลนคร ร้อยละ 26 และ เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก ร้อยละ 26 ของความจุอ่าง


ท่ามกลางสถานการณ์น้ำที่ลดลง สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) และศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ได้ออกมาเตือนว่า ประเทศไทยมีแนวโน้มเผชิญผลกระทบจากปรากฏการณ์ ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) ในช่วงปลายปี 2569 โดยคาดว่าความรุนแรงจะเพิ่มขึ้นและแตะระดับสูงสุดในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม ก่อนจะต่อเนื่องไปถึงต้นปี 2570


ทั้งสองหน่วยงานประเมินว่า ซูเปอร์เอลนีโญจะส่งผลให้ปริมาณฝนลดลงและกระทบต่อแหล่งน้ำต้นทุนของประเทศโดยตรง ทั้งภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงภาคบริการในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทานที่มีความเสี่ยงเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมากกว่าพื้นที่ที่มีระบบชลประทานรองรับ


ด้านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ยกระดับมาตรการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก เพื่อเตรียมรับมือความเสี่ยงจากภัยแล้ง โดยเร่งกักเก็บน้ำต้นทุนให้ได้มากที่สุดก่อนสิ้นสุดฤดูฝน พร้อมจัดลำดับความสำคัญในการใช้น้ำ โดยกำหนดให้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคของประชาชนเป็นภารกิจอันดับแรก


พร้อมกันนี้ สทนช.ได้ประสานงานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอความร่วมมือเกษตรกรงดการทำนาปรังรอบที่สอง และส่งเสริมให้ปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย เพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำและบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หากสถานการณ์ซูเปอร์เอลนีโญรุนแรงตามที่หลายหน่วยงานคาดการณ์


หน่วยงานด้านน้ำยังย้ำว่า แม้ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงฤดูฝน แต่ทุกภาคส่วนไม่ควรประมาท เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนในหลายพื้นที่ยังอยู่ในระดับต่ำ จึงจำเป็นต้องเร่งบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบจากภัยแล้งล่วงหน้า เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านน้ำของประเทศในช่วงปลายปีนี้ต่อเนื่องถึงปีหน้า

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง