รีเซต

เปิดตลาดเนื้อสุกรไทยสู่มาเลเซีย ก้าวสำคัญยกระดับ"อุตสาหกรรมหมู"สู่ตลาดโลก

เปิดตลาดเนื้อสุกรไทยสู่มาเลเซีย ก้าวสำคัญยกระดับ"อุตสาหกรรมหมู"สู่ตลาดโลก
TNN ช่อง16
12 กุมภาพันธ์ 2569 ( 10:53 )
4

ตามที่  กรมปศุสัตว์ บอกข่าวดีเรื่องมาเลเซียส่งหนังสืออนุมัติการตรวจรับรองให้โรงงานแปรรูปหมู 4 แห่ง ได้แก่ VC Meat Processing  Betagro Agro Industry  CPF (Thailand) Public Company (Krabi Pigs Slaugherhouse และ CPF Kanchanaburi Pig Slaugherhouse สามารถผลิตและส่งออกเนื้อหมูแช่เย็นและแช่แข็งไปประเทศมาเลเซียได้อย่างเป็นทางการ ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมหมูไทยก้าวสู่เวทีโลก สร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพการผลิตตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน และในปีนี้คาดว่าการส่งออกผลิตภัณฑ์หมูจะช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศได้ประมาณ 4,000 ล้านบาท 

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวว่าจุดเปลี่ยนยกระดับของอุตสาหกรรมสุกรไทย ไม่ต่างจากช่วงที่อุตสาหกรรมไก่ไทยเริ่มขยายตลาดส่งออกอย่างจริงจัง เพราะการผ่านมาตรฐานด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยอาหารระดับประเทศ สะท้อนถึงระบบการควบคุมและป้องกันโรค และ biosecurity ตลอดห่วงโซ่การผลิตทั้งระบบ ได้รับความน่าเชื่อมั่น ตั้งแต่ฟาร์ม โรงชำแหละ ไปจนถึงโลจิสติกส์ เหมือนกับเส้นทางที่อุตสาหกรรมไก่เนื้อไทยเคยผ่านมาก่อน จนสามารถพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมส่งออกหลักของประเทศที่สร้างรายได้ให้กับประเทศมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาทต่อปีในปัจจุบันซึ่งไม่เพียงเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ ตลอดจนโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ที่ได้รับประโยชน์ แต่ยังรวมถึงเกษตรกรที่ปลูกพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์


ด้าน นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ มองว่า การเปิดตลาดมาเลเซียจะช่วยให้สินค้าเนื้อสุกรไทยมีตลาดส่งออก เพิ่มช่องทางในการบริหารอุปทานส่วนเกิน ลดแรงกดดันด้านราคาในประเทศ ขณะเดียวกัน ยังช่วยเรื่องเสถียรภาพด้านราคาเมื่อเทียบกับตลาดภายในประเทศเพียงอย่างเดียว คล้ายกับโมเดลของอุตสาหกรรมไก่ที่ใช้ตลาดส่งออกเป็นกลไกสร้างสมดุล supply–demand  ความสำเร็จครั้งนี้ยังสะท้อนบทบาทเชิงรุกของภาครัฐในการเปิดตลาดและลดข้อจำกัดทางการค้า และยังช่วยกระตุ้นให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการผลิตอย่างจริงจัง

ผลดีอีกประการหนึ่งคือ ความผันผวนของราคาสุกรหน้าฟาร์มมีแนวโน้มลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเสถียรภาพราคาและความสามารถในการทำกำไรของเกษตรกรและผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน  แม้มูลค่าการส่งออกช่วงปีแรกรยังไม่มาก แต่ในเชิงกลยุทธ์ถือเป็นการสร้างโอกาสและลดความเสี่ยงของธุรกิจสุกรในระยะยาว ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อการเติบโตในอนาคต


การเปิดตลาดเนื้อสุกรสู่มาเลเซียไม่ใช่เพียงดีลการค้าระยะสั้น แต่เป็น ก้าวแรกของการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมสุกรไทย จากการพึ่งพาตลาดในประเทศ ไปสู่การส่งออกไปต่างประเทศ ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุปทานยังสามารถต่อยอดไปยังตลาดอื่นในภูมิภาคได้ในอนาคต นอกจากนี้ อุตสาหกรรมสุกรไทยยังจะเป็นอีกหนึ่งเสาหลักของอุตสาหกรรมอาหารไทยในสายตาตลาดทุนอีกด้วย./

ข่าวที่เกี่ยวข้อง