รีเซต

นายกฯ แถลงออกพ.ร.ก.กู้เงิน จำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษ บรรเทาผลกระทบประชาชน

นายกฯ แถลงออกพ.ร.ก.กู้เงิน จำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษ บรรเทาผลกระทบประชาชน
TNN ช่อง16
5 พฤษภาคม 2569 ( 13:46 )

ออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แก้ไขปัญหาผลกระทบ จากวิกฤติพลังงาน 

5 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงหลังการประชุมครม. ถึงการออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า วันนี้ตนและครม. ขออนุญาตมารายงานให้ได้ทราบถึงการตัดสินใจของรัฐบาล ในรูปของมติครม. เพื่อออกพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากวิกฤติพลังงาน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ หรือที่จะได้ยินตามรายงานข่าวจากนี้ว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 

การตัดสินใจครั้งนี้สืบเนื่องเนื่องมาจาก สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงทั่วโลก วิกฤติครั้งนี้เริ่มจากราคาพลังงาน แล้วลุกลามไปสู่ราคาอาหาร และกดดันค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน ซึ่งไม่ใช่สถานการณ์ที่เป็นปกติและไม่ใช่สถานการณ์ที่เราจะรอได้ หน้าที่ของรัฐบาลคือต้องหยุดความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อสูง แต่เศรษฐกิจชะลอตัว ในระยะถัดไป ซึ่งต้องทำอย่างทันท่วงที ดังนั้นพวกเราจึงมีความจำเป็น และเห็นด้วยที่จะต้องใช้เครื่องมือพิเศษ ผ่านการออก พ.ร.ก. ภายใต้หลักกฏหมายที่ชัดเจนว่าเป็นกรณีฉุกเฉิน ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้


วัตถุประสงค์บรรเทาผลกระทบต่อการครองชีพของประชาชน

นายอนุทิน กล่าวว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน 2 ประการ 

1. เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการครองชีพของประชาชน และประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ให้หยุดชะงัก เพื่อเร่งปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ ลดความเปราะบางและตอบโจทย์การแก้ปัญหาของประเทศ มาตรการภายใต้พ.ร.ก.ฉบับนี้จะมุ่งตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายสำคัญ คือประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือการเร่งด่วน ประชาชนผู้มีรายได้น้อย รายได้ปานกลาง เกษตรกร ผู้ประกอบการ รวมทั้งลดต้นทุนให้กับภาคการเกษตรเพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพต่อไปได้โดยไม่ถูกผลกระทบซํ้าจากต้นทุนที่สูงขึ้น และช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถประกอบอาชีพหรือดําเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

2. มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานเพื่อให้มีประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพิง การใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก เพื่อให้ประเทศไทยมีต้นทุนพลังงานที่มั่นคงและแข่งขันได้ไม่ต้องเผชิญความปันผลแบบนี้ และพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรม วงเงิน 200,000 ล้านบาท

โดยมีทิศทางควบคู่กันคือ ช่วยเหลือและบรรเทาการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนควบคู่กับการลดต้นทุนให้กับภาคเกษตรกรรมผ่านการจัดหาปุ๋ยรวมทั้งการพัฒนาทรัพยากรคนโดยการ Up Skill Reskill สกิล ของเราให้มีศักยภาพในการแข่งขันของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยหลักการและเหตุผลดังที่กล่าวมา


นายกฯ กล่าวอีกว่า จึงเป็นการวางรากฐานประเทศเพื่อลดความปลอดภัยในอนาคต โดยยังคงรักษาวินัยการคลังอย่างเคร่งครัด ซึ่งแนวทางการแก้แก้ไขปัญหาในครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ปัญหาที่เป็นวิกฤติของโลกมันหายไป แต่จะทำให้มีกลไกที่จะรับมือกับปัญหาและเป็นการประคับประคองพี่น้องของเราที่มีกำลังน้อยให้สามารถฝ่าวิกฤติในครั้งนี้ไปด้วยกัน อีกทั้งยังจะทำให้ประเทศไทยของเรามีความเข้มแข็งมีความพร้อมสูงสุดในการรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สำหรับรายละเอียดของพ.ร.ก.ฉบับนี้ รมว.คลังจะชี้แจงให้ทราบต่อไปในรายละเอียด

“ในส่วนของเชิงนโยบายพวกเราทุกคนวันนี้ยินดีเป็นเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาพบกับพี่น้องประชาชน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ และความมุ่งมั่นที่จะยืนเคียงข้างพี่น้องประชาชนในการที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ เราจะทำทุกอย่างจนสุดความสามารถที่เรามีอยู่ที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่พี่น้องประชาชนให้ผ่านวิกฤติการครั้งนี้ไปได้ด้วยดีด้วยกัน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง