TrueID

'สนธยา'ชูยุทธศาสตร์ 5 ปีพลิก"พัทยา"สู่อนาคต มุ่งธุรกิจดิจิทัล-สุขภาพ-สิ่งแวดล้อม รองรับ"อีอีซี"

'สนธยา'ชูยุทธศาสตร์ 5 ปีพลิก"พัทยา"สู่อนาคต มุ่งธุรกิจดิจิทัล-สุขภาพ-สิ่งแวดล้อม รองรับ"อีอีซี"
มติชน
6 ธันวาคม 2564 ( 16:13 )
17
'สนธยา'ชูยุทธศาสตร์ 5 ปีพลิก"พัทยา"สู่อนาคต มุ่งธุรกิจดิจิทัล-สุขภาพ-สิ่งแวดล้อม รองรับ"อีอีซี"

6 ธันวาคม นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า เมืองพัทยาร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพา จัดทำ “แผนพัฒนาเมืองพัทยา พ.ศ.2566-2570” โดยให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ยกระดับบุคลากรเข้าสู่ยุดใหม่หลังโควิด-19 ตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกมิติ ทั้งสุขภาพ การศึกษา สังคมและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้มีทางเลือกประกอบอาชีพนอกเหนือจากธุรกิจท่องเที่ยว และใช้ระบบดิจิทัลเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและการบริการ

 

“ผลจากโควิดทำให้ประเทศไทยต้องปรับตัวขนานใหญ่ แต่ก็นับว่าสอดรับพอดีกับแนวทาง NEO PATTAYA ที่เราเริ่มมาแล้ว 3 ปี เพื่อปรับใหญ่ให้พัทยามีภูมิคุ้มกัน ยืนได้อย่างมั่นคงในอนาคต ฉะนั้นในการจัดทำแผนพัฒนาเมืองพัทยาระยะ 5 ปีจึงเชิญชวนทุกภาคส่วนมาร่วมกันคิด ซึ่งสรุปได้ว่าเรามุ่งโครงการที่มีศักยภาพสูงเป็นเรือธงรองรับการเป็นศูนย์กลางเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) การท่องเที่ยว การใช้ชีวิตแบบพหุวัฒนธรรม ทำให้พัทยาเป็นเมืองแห่งโอกาสทางเศรษฐกิจชั้นนำระดับนานาชาติอีกครั้ง”นายสนธยากล่าว

 

นายสนธยากล่าวว่า ปัจจัยความท้าทายที่สำคัญของพัทยาที่นำมาพิจารณาจัดทำแผนมี 5 ด้าน ประกอบด้วย 1) การที่ตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศจะฟื้นตัวอย่างช้าๆ 2) ตลาดท่องเที่ยวที่หันไปหาสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม 3) การขยายตัวอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัล 4)ความก้าวหน้าของ อีอีซี ที่มีผลต่อเมืองพัทยา และ 5) ความสามารถของประชากรพัทยาในการปรับตัวรับสิ่งใหม่

 

“ดังนั้นแผนพัฒนาเมืองพัทยา พ.ศ.2566-2570 จึงประกอบด้วย 5 งานหลัก ได้แก่ 1. ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีและความปลอดภัยสำหรับทุกคน 2.ยกระดับประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานรองรับอีอีซี 3.ส่งเสริมนวัตกรรมทางเศรษฐกิจและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 4.การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน 5.การยกระดับการบริหารเมืองพัทยาเป็นองค์กรที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง”นายกเมืองพัทยากล่าว

 

นายสธยากล่าวว่า ในส่วนแผนปฏิบัติการจะมีทั้งเชิงรุกและเชิงรับด้วยงบประมาณที่จำกัด แต่มีสมรรถนะสูง สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 แผนแม่บทการท่องเที่ยว และแผนการขยายการลงทุนในอีอีซี ได้แก่ 1.แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ อาทิ การเร่งส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวในประเทศโดยกำหนดให้มีกิจกรรมการตลาดทุกเดือน พัฒนาแพลตฟอร์มการตลาดให้ผู้ประกอบการเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ยกระดับตลาดชุมชนนาเกลือเป็นแหล่งทางวัฒนธรรมชุมชนและการท่องเที่ยวธรรมชาติบนเกาะล้าน

 

นายกเมืองพทยากล่าวว่า 2.แผนพัฒนาความสามารถของประชากร อาทิ โครงการอบรมทักษะอาชีพคนรุ่นใหม่ อาทิ ธุรกิจ Wellness , รถยนต์ EV , E-Commerce , โปรแกรม Coding และ Robot รวมถึงยกระดับการเรียนการสอนแบบดิจิทัลของโรงเรียนเขตเมืองพัทยา และศูนย์กลางทางการแพทย์นานาชาติ เป็นต้น 3.แผนสิ่งแวดล้อม อาทิ จัดสร้างสวนหย่อม Pocket Park เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตอย่างทั่วถึง คุ้มครองป่าชายเลนผืนเดียวของพัทยาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และดูแลต้นไม้ใหญ่ทั่วเมืองพัทยา เป็นต้น

 

นายสธยากล่าวว่า 4.แผนเทคโนโลยี อาทิ การสร้าง Big Data รวมข้อมูลแบบครบวงจรเพื่อใช้ในการบริหารเมือง ครอบคลุมด้านความปลอดภัย สาธารณสุขแบบดิจิทัลฯ และ 5. แผนโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ การสร้างรถรางเบา (Tram) เพื่อรองรับอีอีซี บริหารจัดการนำเบ็ดเสร็จ แก้ปัญหาน้ำอย่างยั่งยืน การพัฒนาระบบเฝ้าระวังความปลอดภัยให้ประชาชน เป็นต้น

 

“แผนปฏิบัติต่างๆ จะดำเนินงานร่วมกับภาคีสำคัญ เช่น คณะกรรมการอีอีซี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรมโยธาธิการฯ ตลอดชนชุมชนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง พัทยามีทั้งโอกาสและปัญหา แต่จากการที่ภาคส่วนต่างๆ มาร่วมคิดและมาร่วมทำ จึงเห็นโอกาสว่าเราพร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่จะเติบโตได้ดีกว่าเดิมในอนาคต มีเป้าหมายร่วมกันว่าพัทยาจะแข็งแรงกว่าเดิม”นายกเมืองพัทยากล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง