สู้ศึก! "KFC" ปรับเมนู-โฉมร้าน จากผู้นำหล่นมาอันดับ 4

KFC เดินหน้าปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ หวังดึงดูดผู้บริโภครุ่นใหม่ และทวงคืนส่วนแบ่งตลาด หลังเผชิญการแข่งขันรุนแรงทั้งจากเชนร้านไก่ทอดหน้าใหม่ และคู่แข่งรายใหญ่อย่างแมคโดนัลด์
หัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ครั้งนี้ คือการปรับเมนูครั้งใหญ่ โดย KFC จะเพิ่มสัดส่วนเมนูไก่ไร้กระดูก และพัฒนาสูตรไก่เทนเดอร์ หรือไก่ชิ้นยาว เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการรับประทานง่าย และนิยมรับประทานคู่กับซอส
KFC ยังเตรียมขยายคลังซอสทั่วโลก ซึ่งมีมากกว่า 20 รสชาติ ตั้งแต่ซอสแบบดั้งเดิม ไปจนถึงรสชาติใหม่ โดยร้านในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์จะเริ่มจำหน่ายไก่เทนเดอร์สูตรใหม่ พร้อมซอสใหม่ 9 รสชาติ ก่อนขยายไปยังออสเตรเลีย สหรัฐฯ และตลาดอื่นทั่วโลกภายในปีนี้
นอกจากนี้ ยังเปิดตัวเมนูชุดใหม่ ปัจจุบันเริ่มวางจำหน่ายแล้วในแอฟริกาใต้และอินเดีย
อีกหนึ่งตลาดที่ KFC ให้ความสำคัญ คือเครื่องดื่ม โดยเปิดแบรนด์ย่อย “เควนช์ บาย เคเอฟซี” เริ่มทดลองจำหน่ายในอังกฤษและไอร์แลนด์ ก่อนเพิ่มเป็นเมนูถาวรในออสเตรเลียและแคนาดาภายในปีนี้
KFC ยังเตรียมเปิดร้านต้นแบบ รูปแบบเปิดที่รัฐเท็กซัส และร้านสองชั้นแบบสร้างประสบการณ์เต็มรูปแบบในนครดูไบ โดยออกแบบให้ภายในร้านมีความน่าสนใจมากพอที่จะดึงสายตาลูกค้าออกจากโทรศัพท์มือถือ พร้อมปรับโลโก้ ภาพลักษณ์ผู้พันแซนเดอร์ส และบรรจุภัณฑ์ถังไก่ให้ทันสมัยขึ้น
การยกเครื่องครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันในตลาดสหรัฐฯ โดยส่วนแบ่งตลาดร้านอาหารบริการด่วนประเภทไก่ของ KFC ลดลงจากร้อยละ 16 ในปี 2564 เหลือร้อยละ 9.4 ในปี 2567 ส่งผลให้อันดับร่วงจากอันดับ 2 ลงมาอยู่อันดับ 4 ตามหลังชิค-ฟิล-เอ ป๊อปอายส์ และเรซิง เคนส์
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจของ KFC นอกสหรัฐฯ ยังขยายตัวได้ดี ปัจจุบันมีร้านมากกว่า 34,000 แห่งทั่วโลก และยอดขายสาขาเดิมในไตรมาสล่าสุดเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 โดยจีนและยุโรปยังคงเป็นสองตลาดใหญ่ที่สุดของแบรนด์ ขณะที่สหรัฐฯ อยู่ในอันดับ 3
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
