"เนสท์เล่" เสี่ยงเสียธุรกิจรัสเซีย! สูญ 2 พันล้านดอลลาร์

ความเสี่ยงของบริษัทต่างชาติในรัสเซียกลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลังหนังสือพิมพ์คอมเมอร์ซานต์ รายงานว่า บริษัทสัญชาติรัสเซียชื่อ "เคเอส โลจิสติกา" ได้ยื่นคำร้องต่อประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ขอให้นำทรัพย์สินของ "เนสท์เล่" กลุ่มธุรกิจอาหารรายใหญ่จากสวิตเซอร์แลนด์ เข้าสู่กระบวนการบริหารชั่วคราว
คำร้องดังกล่าวครอบคลุมนิติบุคคลในรัสเซียที่เนสท์เล่เป็นเจ้าของทั้งหมด 5 แห่ง และในทางทฤษฎีอาจเปิดทางไปสู่การเปลี่ยนแปลงความเป็นเจ้าของกิจการในอนาคต
อย่างไรก็ตาม เนสท์เล่ ระบุว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อจากหน่วยงานของรัสเซียเกี่ยวกับคำร้องนี้ และบริษัทยังคงดำเนินงานสำนักงานและโรงงานในรัสเซียตามปกติ พร้อมปฏิบัติตามข้อกำหนดของทางการทุกประการ ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์ยังไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว
ประเด็นที่ได้รับความสนใจ คือ ขนาดของบริษัทผู้ยื่นคำร้อง เพราะ เคเอส โลจิสติกา มีรายได้ในปี 2025 เพียง 1 ล้าน 6 แสนรูเบิล หรือประมาณ 18,735 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ทำให้มีข้อสันนิษฐานว่า บริษัทอาจดำเนินการแทนผลประโยชน์ของบุคคลหรือกลุ่มทุนอื่น แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดชัดเจน
คอมเมอร์ซานต์ รายงานว่า สาเหตุของคำร้องอาจเกี่ยวข้องกับการที่เนสท์เล่ไม่ขยายกำลังการผลิตในรัสเซีย รวมถึงยุติการส่งออกสินค้าที่ผลิตจากโรงงานภายในประเทศ
นับตั้งแต่เกิดสงครามในยูเครนเมื่อปี 2022 รัสเซียเพิ่มการควบคุมทรัพย์สินของบริษัทต่างชาติมากขึ้น โดยกฤษฎีกาที่ประธานาธิบดีปูตินลงนามในปี 2023 ให้อำนาจรัฐบาลนำทรัพย์สินจากประเทศที่รัสเซียจัดว่า "ไม่เป็นมิตร" เข้าสู่การบริหารชั่วคราว
มาตรการนี้เคยถูกใช้กับบริษัทย่อยในรัสเซียของดานอน และคาร์ลสเบิร์กมาแล้ว แม้ในทางกฎหมาย การบริหารชั่วคราวไม่จำเป็นต้องหมายถึงการยึดทรัพย์สินทันที แต่ที่ผ่านมา ธุรกิจบางแห่งถูกยึดหรือขายต่อให้แก่นักลงทุนรัสเซียในภายหลัง
นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมประเมินว่า ธุรกิจของเนสท์เล่ในรัสเซียอาจมีมูลค่ารวมประมาณ 160,000–175,000 ล้านรูเบิล หรือราว 1,900–2,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมทั้งทรัพย์สิน แบรนด์สินค้า และกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร
ปัจจุบันเนสท์เล่มีฐานการผลิต 6 แห่งในรัสเซีย ผลิตสินค้าหลายประเภท ตั้งแต่กาแฟ ขนมหวาน อาหารสำหรับทารก ไปจนถึงอาหารสัตว์เลี้ยง โดยบริษัทให้เหตุผลในการดำเนินธุรกิจต่อเนื่องว่า ผลิตภัณฑ์อาหารถือเป็นสินค้าจำเป็นต่อประชาชน
คำร้องครั้งนี้จึงยังไม่ถือเป็นคำสั่งยึดกิจการ แต่เป็นสัญญาณเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับเนสท์เล่ และตอกย้ำความเสี่ยงของบริษัทต่างชาติที่ยังคงมีทรัพย์สินและฐานการผลิตอยู่ในรัสเซีย หลังสงครามยูเครนเข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
