ภาวะกลั้นอุจจาระไม่อยู่ เกิดจากอะไร สัญญาณเตือนโรคร้ายที่ไม่ควรมองข้าม

กลายเป็นประเด็นพูดถึงในโลกออนไลน์ สำหรับารแข่งขันกีฬา HYROXซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง ของจีนเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันที่ประสบกับภาวะกลั้นอุจจาระไม่อยู่ อุจจาระราดระหว่างการแข่งขัน แต่ยังเดินหน้าแข่งต่อ จนเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 1 นาที
ภาวะกลุ้นอุจจาระไม่อยู่ คืออะไร ?
“ภาวะกลั้นอุจจาระไม่อยู่” หรือ Fecal Incontinence คือภาวะที่ไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายได้ ทำให้อุจจาระหรือเมือกเล็ดออกมาทางทวารหนักโดยไม่ได้ตั้งใจ บางคนอาจรู้สึกปวดถ่ายอย่างกะทันหัน แต่ไม่สามารถกลั้นไว้จนถึงห้องน้ำได้ ขณะที่บางคนอาจมีอุจจาระเล็ดออกมาโดยไม่รู้ตัวเลย
ภาวะนี้พบได้ตั้งแต่การเล็ดเพียงเล็กน้อย เช่น มีคราบอุจจาระติดกางเกงใน ไปจนถึงการสูญเสียการควบคุมการขับถ่ายอย่างชัดเจน และไม่ควรคิดว่าเป็นเรื่องปกติของวัยหรือเป็นเรื่องที่ต้องอายจนไม่กล้าพบแพทย์ เพราะหลายสาเหตุสามารถรักษาหรือควบคุมอาการได้
กลั้นอุจจาระไม่อยู่ เกิดจากอะไร?
สาเหตุของภาวะนี้มีหลายอย่าง และไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกิดจากโรคร้ายเสมอไป โดยสาเหตุที่พบได้ ได้แก่
1. ท้องเสียหรืออุจจาระเหลว
เมื่ออุจจาระมีลักษณะเหลวหรือเป็นน้ำ อุจจาระจะเคลื่อนผ่านลำไส้และเติมเต็มบริเวณทวารหนักได้รวดเร็ว ทำให้ควบคุมได้ยากขึ้น โดยท้องเสียถือเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญของภาวะกลั้นอุจจาระไม่อยู่
2. ท้องผูกเรื้อรัง
แม้ดูเหมือนตรงกันข้าม แต่ท้องผูกก็สามารถทำให้อุจจาระเล็ดได้ หากมีอุจจาระแข็งก้อนใหญ่ค้างอยู่ในลำไส้ อุจจาระเหลวที่อยู่ด้านหลังอาจไหลเล็ดออกมารอบก้อนอุจจาระที่อุดอยู่ได้
3. กล้ามเนื้อหูรูดหรือกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง
กล้ามเนื้อบริเวณทวารหนักมีหน้าที่ช่วยควบคุมการขับถ่าย หากกล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บหรืออ่อนแรง ก็อาจทำให้ไม่สามารถปิดทวารหนักได้สนิท สาเหตุหนึ่งที่พบในผู้หญิงคือการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อจากการคลอดทางช่องคลอด โดยเฉพาะกรณีที่มีการใช้คีมหรือเครื่องดูดสุญญากาศช่วยคลอด
4. ความผิดปกติของเส้นประสาท
การควบคุมการขับถ่ายต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของสมอง เส้นประสาท ลำไส้ และกล้ามเนื้อ หากเส้นประสาทที่ควบคุมบริเวณทวารหนักและอุ้งเชิงกรานได้รับความเสียหาย อาจทำให้ไม่รู้สึกว่ามีอุจจาระอยู่ในทวารหนัก หรือไม่สามารถสั่งการกล้ามเนื้อให้ทำงานได้ตามปกติ
ภาวะที่เกี่ยวข้องอาจพบได้ในผู้ที่มีโรคหลอดเลือดสมอง โรคพาร์กินสัน โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง เบาหวาน หรือการบาดเจ็บของไขสันหลัง
5. โรคหรือความผิดปกติของลำไส้และทวารหนัก
โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง เช่น Crohn’s disease และ ulcerative colitis รวมถึงกลุ่มอาการลำไส้แปรปรวน หรือความผิดปกติบริเวณทวารหนัก เช่น ริดสีดวงทวาร ภาวะไส้ตรงปลิ้น หรือความผิดปกติของไส้ตรง ก็สามารถเกี่ยวข้องกับอาการกลั้นอุจจาระไม่อยู่ได้
แล้วเป็นสัญญาณของ “โรคร้าย” หรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องเป็นโรคร้ายเสมอไป
ภาวะกลั้นอุจจาระไม่อยู่มีสาเหตุได้หลากหลาย ตั้งแต่ท้องเสีย ท้องผูก กล้ามเนื้ออ่อนแรง ไปจนถึงความผิดปกติของเส้นประสาทและระบบทางเดินอาหาร ดังนั้นการมีอาการเพียงอย่างเดียว ยังไม่สามารถสรุปว่าเป็นมะเร็งหรือโรคร้ายได้
อย่างไรก็ตาม หากอาการเกิดขึ้นบ่อย เป็นต่อเนื่อง หรือเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ก็ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าระบบที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการขับถ่ายกำลังมีความผิดปกติ และจำเป็นต้องหาสาเหตุที่แท้จริง
โดยเฉพาะหากมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เลือดปนในอุจจาระ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ การเปลี่ยนแปลงของลักษณะหรือความถี่ในการขับถ่ายอย่างต่อเนื่อง ปวดท้องหรือปวดทวารหนัก หรือมีอาการผิดปกติใหม่ที่เป็นต่อเนื่อง ควรเข้ารับการตรวจ ไม่ควรปล่อยให้อาการดำเนินต่อไปโดยไม่หาสาเหตุ
กลั้นอุจจาระไม่อยู่ รักษาได้หรือไม่?
การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากเกิดจากท้องเสียหรือท้องผูก แพทย์อาจแนะนำให้ปรับอาหารและพฤติกรรมการขับถ่าย รวมถึงใช้ยาในบางกรณี ส่วนผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง อาจได้รับคำแนะนำให้ฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหรือทำ Biofeedback เพื่อช่วยให้ควบคุมการขับถ่ายได้ดีขึ้น
ในบางรายที่มีความผิดปกติของกล้ามเนื้อหูรูดหรือเส้นประสาท และไม่ตอบสนองต่อการรักษาเบื้องต้น อาจมีทางเลือกในการรักษาอื่น เช่น การกระตุ้นเส้นประสาทหรือการผ่าตัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของแต่ละคน
ดังนั้น ภาวะกลั้นอุจจาระไม่อยู่ไม่ใช่เรื่องที่ต้องอาย และไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เพียงเพราะคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก หากเกิดขึ้นบ่อย รบกวนการใช้ชีวิต หรือทำให้ต้องหลีกเลี่ยงการออกไปพบปะผู้คน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ เพราะในหลายกรณีสามารถรักษาและควบคุมอาการให้ดีขึ้นได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
