สมุทรสาครพบป่วยใหม่ 506 ราย ผู้ว่าฯ เผยเหตุผลต้องมี รพ.สนาม เพิ่มแม้ยอดลด

สมุทรสาครพบป่วยใหม่ 506 ราย ผู้ว่าฯ เผยเหตุผลต้องมี รพ.สนาม เพิ่มแม้ยอดลด
มติชน
12 กันยายน 2564 ( 09:06 )
7
สมุทรสาครพบป่วยใหม่ 506 ราย ผู้ว่าฯ เผยเหตุผลต้องมี รพ.สนาม เพิ่มแม้ยอดลด

ข่าววันนี้ 12 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด 19 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร จากการรายงานข้อมูลของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อเวลา 24.00 น. ของวันที่ 11 กันยายน 2564 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 506 ราย จำแนกเป็นผู้ติดเชื้อจากค้นหาเชิงรุก 36 ราย และผู้ติดเชื้อที่มาจากการเข้ารับการตรวจในโรงพยาบาลอีก 302 ราย ในจำนวนนี้เป็นคนที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร 246 ราย ที่เหลือเป็นคนนอกจังหวัดอีก 56 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้ที่อยู่ในกลุ่ม Bubble & Sealed ของโรงงานอุตสาหกรรมอีก 168 ราย ด้านผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมดรวม 100,785 ราย รักษาหายเพิ่ม 475 ราย รวมมีผู้ติดเชื้อที่สามารถกลับบ้านได้แล้ว 83,562 ราย อยู่ระหว่างการรักษาอีก 16,480 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตรายวันจำนวน 12 ราย รวมมีผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 743 ราย

 

ด้านนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ภายหลังจากที่ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม “ศูนย์ห่วงใยคนสาคร” แห่งที่ 17 หรือ “โรงพยาบาลสนามทองอุไร” ณ อาคารอเนกประสงค์ เทศบาลนครอ้อมน้อย ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสนามสีเหลืองแห่งที่ 2 ของจังหวัดสมุทรสาคร สามารถรองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองที่เริ่มมีอาการ และต้องการใช้ออกซิเจนได้มากถึง 200 เตียง โดยมีนายบุญชู นิลถนอม นายกเทศมนตรีนครอ้อมน้อย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ ก็พบว่าขณะนี้มีความพร้อมทั้งด้านสถานที่และบุคลากรเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น

 

นายวีระศักดิ์ฯ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลสนามทองอุไร ขณะนี้ถือว่ามีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะเป็นระบบการให้ออกซิเจนที่ดีมาก เตียงปฐมพยาบาล การติดต่อสื่อสาร การติดตั้งกล้องวงจรปิด การทำความสะอาด ฯลฯ ถือว่าเรียบร้อย สามารถเปิดให้บริการได้ทันที

 

ขณะที่หลายคนมองว่า “ตอนนี้คนไข้ลดลงแล้วทำไมยังต้องมีโรงพยาบาลสนามสีเหลืองเพิ่มอีก 1 แห่ง ในเมื่อโรงพยาบาลสนามเหลืองปรีดียาธร หรือ ศูนย์ห่วงใยคนสาคร แห่งที่ 10 สภาอุตสาหกรรม ที่เป็นโรงพยาบาลสนามสีเหลืองแห่งแรกก็ยังคงสามารถรับผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองได้อีกเป็นจำนวนมากนั้น ผู้ว่าฯ ก็ได้ให้คำตอบในเรื่องนี้ว่า วิกฤติที่ผ่านมา เกิดจากการแพร่ระบาดและรุนแรงมากขึ้น ปัญหาเตียงไม่พอรับคนป่วย วัคซีนไม่ได้อย่างใจคิด บุคลากรไม่พอ เครื่องไม้เครื่องมือไม่พร้อม สถานที่ไม่อำนวย ฯลฯ ปัญหามันใหญ่มาก เกิดขึ้นในทุกจังหวัด และเราขาดแคลนไปทุกอย่าง มองไปที่โรงพยาบาล เห็นภาพคนรอเตียงเต็มลาน เต็มทางเดิน เต็มวอร์ดต่างๆ โกลาหลไปทั่ว โรงพยาบาลสนามที่มีนอกจากไม่พอ ยังรับได้แต่ผู้ป่วยสีเขียว ไม่สามารถรองรับผู้ป่วยสีเหลืองที่ต้องการออกซิเจนได้เลย การเกิดขึ้นของโรงพยาบาลสนามสีเหลือง 2 แห่งคือ “เหลืองปรีดิยาธร อ.เมืองสมุทรสาคร” และ “ทองอุไร อ.กระทุ่มแบน” จึงทำให้โรงพยาบาลหลักมีเตียงรับผู้ป่วยหนักได้มากขึ้นและยังเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ในอนาคตที่อาจจะมีการกลับมาแพร่ระบาดอีกด้วย

 

“ซึ่งถ้าในสถานการณ์ตอนนี้ถือว่าโรงพยาบาลสนามมีเหลือเพียงพอต่อการใช้งาน เพราะปัจจุบันโดยภาพรวมมีอัตราการใช้งานต่ำกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ภาพที่เคยเห็นผู้ป่วยเต็มหน้าวอร์ดหรือทางเดินในโรงพยาบาลหลัก ก็ไม่มีแล้ว เพียงแต่ว่าเราไม่ประมาท ท่ามกลางข่าวโควิดกลายพันธุ์ วัคซีนเอาไม่อยู่ อีกไม่เกินสองเดือนมันจะกลับมาระบาดใหม่ เด็กๆยังไม่มียาหรือวัคซีนรักษาโดยตรง โรงเรียนยังเปิดสอนได้แค่ออนไลน์ หลังผ่อนคลาย ผู้คนไปรวมตัวตามห้างและร้านอาหารมากขึ้น ดังนั้นโรงพยาบาลสนามสีเหลือง จึงเป็นอีกเรื่องที่เราใช้ต่อสู้กับความขาดแคลน และสร้างความมั่นใจ เราจะไม่แพ้ และเราจะไม่ใช้ความขาดแคลนเป็นข้ออ้าง โดยในส่วนของจังหวัดสมุทรสาคร ทั้งโรงพยาบาลสนาม หรือ ศูนย์ห่วงใยคนสาคร, โรงพยาบาลสนามสีเหลือง, โรงพยาบาลสนามในชุมชน (CI) หรือ ศูนย์พักคอยคนสาคร และโรงพยาบาลสนามในโรงงานหรือสถานประกอบการ หรือ FAI ยังคงต้องตรึงไว้ให้เหมือนเดิมเพื่อให้ผ่านพ้นช่วงปีใหม่ 2565 ไปก่อน ถ้าสถานการณ์เป็นแบบนี้อยู่ มีตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง และสามารถป้องกันการแพร่ระบาดได้ทันท่วงที ก็ค่อย ๆ ทยอยปรับลดจำนวนสถานที่ดังกล่าวลงตามความเหมาะสม”

 

นายวีระศักดิ์ ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ขณะนี้เป็นช่วงการชะลอตัวของโรคร้าย ซึ่งเราไม่อยากให้ทุกคนประมาท คือไม่ตระหนกถือว่าดีแล้ว ขอให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดต่างๆ ในทุกๆ สถานที่อย่างเคร่งครัด เพราะโรคโควิด-19 ยังอยู่กับเราอีกนาน อย่างไรเสียมาตรการในการป้องกัน โดยเฉพาะเรื่องวัคซีนเป็นเรื่องที่จำเป็น ดังนั้นถ้ามีบุคลากรในสถานที่ใด ๆ ที่ต้องการฉีดวัคซีนเข็มแรก ขอให้ Walk-in เข้าไปได้เลย และก็อย่าช้า เพราะว่าตอนนี้อัตราการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นสูงมากจนน่าพอใจ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง