รีเซต

โลกร้อนซัดไร่กาแฟทั่วโลก ทำผลผลิตลด ดันราคาพุ่งไม่หยุด

โลกร้อนซัดไร่กาแฟทั่วโลก  ทำผลผลิตลด ดันราคาพุ่งไม่หยุด
TNN ช่อง16
23 กุมภาพันธ์ 2569 ( 10:00 )
15

งานวิเคราะห์ล่าสุดจาก Climate Central ระบุว่า 5 ประเทศผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ของโลก ซึ่งรวมกันคิดเป็นราว 75% ของอุปทานกาแฟโลก กำลังเผชิญ “วันอากาศร้อนจัด” เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 57 วันต่อปี อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยความร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นกำลังคุกคามผลผลิต และเกิดขึ้นพร้อมกับช่วงที่ราคากาแฟในตลาดโลกพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

รายงานดังกล่าวศึกษาข้อมูลอุณหภูมิรายวันระหว่างปี 2564-2568 ใน 25 ประเทศ ซึ่งคิดเป็น 97% ของการผลิตกาแฟโลก พบว่าทุกประเทศมีจำนวนวันที่อุณหภูมิสูงเกินระดับเป็นอันตรายเพิ่มขึ้นจากภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

กาแฟหลักในตลาดโลกมี 2 สายพันธุ์ ได้แก่ “อาราบิกา” และ “โรบัสตา” โดยอาราบิกาครองสัดส่วน 60-70% ของอุปทานโลก ปลูกมากในพื้นที่ภูเขาของลาตินอเมริกาและแอฟริกา ซึ่งเดิมมีอุณหภูมิปานกลางเหมาะสมต่อการเพาะปลูก ส่วนโรบัสตาทนร้อนได้มากกว่าและมีรสชาติเข้มข้น ผลิตหลักในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เวียดนามและอินโดนีเซีย

โดยทั่วไป อุณหภูมิที่สูงกว่า 30 องศาเซลเซียส ถือว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่ออาราบิกา และไม่เหมาะสมต่อโรบัสตา เพราะทำให้ผลผลิตลดลงและคุณภาพเมล็ดด้อยลง

รายงานเผยแพร่ในช่วงที่โลกเพิ่งบันทึกปีที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่มีการวัดอุณหภูมิสมัยใหม่ และหลายพื้นที่ในลาตินอเมริกาเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรง โดย Climate Central ชี้ว่า ภาวะโลกร้อนทำให้จำนวนวันที่อุณหภูมิทะลุเกณฑ์ 30 องศาฯในพื้นที่ปลูกกาแฟเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

“บราซิล” ผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งรับผิดชอบเกือบ 37% ของอุปทานโลก มีจำนวนวันอากาศร้อนเกิน 30 องศาฯ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 70 วันต่อปี ขณะที่รัฐมีนัสเชไรส์ แหล่งปลูกกาแฟสำคัญ บันทึกวันร้อนเพิ่มขึ้น 67 วัน

ด้าน “โคลอมเบีย” ผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 3 และผู้ส่งออกอาราบิการายสำคัญ มีจำนวนวันอุณหภูมิสูงเกินเกณฑ์เพิ่มขึ้น 48 วันต่อปี ส่งผลกระทบต่อผลผลิตและคุณภาพ ซึ่งเป็นหัวใจของความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

บางประเทศในอเมริกากลางเผชิญสถานการณ์รุนแรงยิ่งกว่า โดย “เอลซัลวาดอร์” มีวันอากาศร้อนจัดเพิ่มขึ้นถึง 99 วันต่อปี และ “นิการากัว”เพิ่มขึ้น 77 วันต่อปี

“คริสตินา ดาห์ล” รองประธานฝ่ายวิทยาศาสตร์ของ Climate Central ระบุว่า เกือบทุกประเทศผู้ผลิตหลักกำลังเผชิญวันอากาศร้อนจัดเพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถทำลายต้นกาแฟ ลดผลผลิต และกระทบคุณภาพเมล็ด และในระยะยาว ผลกระทบจะส่งต่อจากไร่สู่ผู้บริโภค ผ่านคุณภาพและราคากาแฟในชีวิตประจำวัน

สอดคล้องกับข้อมูลของธนาคารโลกที่ระบุว่า ดัชนีราคาเครื่องดื่มในปี 2567 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 58% และในเดือนธันวาคมยังสูงกว่าปีก่อนหน้าราว 91% จากความกังวลด้านอุปทาน โดยราคาอาราบิกาในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 13% จากเดือนก่อนหน้า และสูงกว่าปีก่อนกว่า 60% ขณะที่โรบัสตาปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศไม่ได้เป็นเพียงประเด็นสิ่งแวดล้อม แต่กำลังส่งแรงกระเพื่อมถึงเศรษฐกิจโลก และถ้วยกาแฟในมือผู้บริโภคทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง