รีเซต

แจกชัวร์! “เงินดิจิทัล” นายกฯย้ำกลางสภา มั่นใจกระตุ้นศก.

แจกชัวร์! “เงินดิจิทัล” นายกฯย้ำกลางสภา มั่นใจกระตุ้นศก.
TNN ช่อง16
19 มิถุนายน 2567 ( 14:54 )
40
แจกชัวร์! “เงินดิจิทัล” นายกฯย้ำกลางสภา มั่นใจกระตุ้นศก.

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าว อภิปรายเปิดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 วาระแรก ระบุในนามคณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีหลักการและเหตุผล  การตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ 2568 เป็นจำนวนไม่เกิน 3,752,700 ล้านบาท โดยในปีนี้ไม่มีการตั้งงบประมาณเพื่อชดเชยเพื่อชดใช้เงินคงคลัง เหตุผลเพื่อให้หน่วยรับงบประมาณได้มีกรอบวงเงินงบประมาณสำหรับใช้จ่าย ปีงบประมาณ 2568


 

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่าการจัดทำงบครั้งนี้   รัฐบาลมุ่งหมายทำให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตได้ตัวอย่างเป็นศักยภาพสร้างรายได้ให้กับประชาชนและประเทศผ่านการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภา และแถลงในอิกไนท์ ไทยแลนด์ จะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลาง 8 อุตสาหกรรม การพัฒนาพื้นฐานสำคัญมาเป็นแนวทางในการบริหารจัดการงบประมาณ ในการพัฒนาและจัดสรรงบประมาณของประเทศให้บรรลุเป้าหมาย รวมทั้งคำนึงถึงการสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2560 และพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พระราชบัญญัติวิธีงบประมาณ ปี 2561 รวมไปถึงสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 13 นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและแผนการปฏิบัติงานราชการของกระทรวง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

 

พร้อมระบุด้วยว่า   ภาวะเศรษฐกิจทั่วไปของสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ประมาณการไว้ในประเทศในปี 2568 ข้อมูลวันที่ 20 พฤษภาคม 2567 มีแนวโน้มที่จะขยายตัวในช่วงร้อยละ 2.5 ถึงร้อยละ 3.5 ถ้ากลางร้อยละ 3 มีการปรับลดลงจากการประมาณการเดิมที่ประมาณการไว้ในแผนการคลังระยะปานกลางปีงบประมาณ 2568 และ 2571 ฉบับทบทวนและเดือนเมษายน 2567 โดยมีแรงสนับสนุน จากการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากการส่งออกสินค้าตามแนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจ และปริมาณการค้าโลก


  
พร้อมยอมรับเศรษฐกิจไทย มีข้อจำกัดและมีปัจจัยเสี่ยง ที่สำคัญจากความยืดเยื้อของความขัดแย้งเชิงภูมิศาสตร์และการดำเนินมาตรการกีดกันทางการค้าที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก และสร้างความผันผวนของตลาดเงินและตลาดทุน ส่วนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจปี 2568 คาดว่าอัตราเงินเฟ้อ จะอยู่ระหว่างช่วง 0.7 -1.7 ค่ากลางร้อยละ 1.2 และดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มเกินดุลร้อยละ 1.5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ

 

นายกรัฐมนตรี ย้ำด้วยว่า   ในช่วงปลายปี 2567 ประชาชนจะได้รับเงินในนโยบายดิจิทัล 10,000 บาท 50 ล้านคนซึ่ง จะเกิดเป็นพายุหมุนทางเศรษฐกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง ตั้งแต่ระดับฐานราก กระจายไปยังพื้นที่ทั่วประเทศ ก่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย สั่งผลิตสินค้า จ้างงานและกลับมาเป็นภาษีให้กับภาครัฐ เพื่อใช้ในการลงทุน สร้างขีดความสามารถให้กับประเทศต่อไป โดยช่วงต้นปี 2567 รัฐบาลได้ประกาศวิสัยทัศน์ อิกไนท์ ไทยแลนด์ เป็นเป้าหมายของการพัฒนา ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ 8 ด้าน


 

ทั้งนี้ในครึ่งปีแรก 2567 นี้   ภาพรวมประเทศแสดงให้เห็นว่าการท่องเที่ยว เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สำคัญ มีเป้าหมาย นักท่องเที่ยวเข้าประเทศ มากกว่า 36.7 ล้านคน จะกลับไปสู่ ตัวเลขใกล้เคียง กลับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ซึ่งรัฐบาลมีแผนให้ปี 2568 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่   เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น และกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวผ่านการเฟ้นหาจุดเด่น จัดเทศกาล กิจกรรม คอนเสิร์ต หรือการแสดงต่างๆ เพื่อเพิ่มระยะเวลาการพำนัก และค่าใช้จ่ายต่อหัว  ของนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มากยิ่งขึ้น


ที่มาข่าว:TNN

ที่มาภาพ:FB เศรษฐา ทวีสิน

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง