ไทยเสี่ยงถูกสหร้ัฐฯเก็บภาษีสูงสุดในอาเซียน

ทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ วิจ้ัยกรุงศรี มองแนวโน้มของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้ายังเผชิญกับความไม่แน่นอนและความเสี่ยงจากมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งกระทบต่อการเติบโตของภาคส่งออกที่เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในช่วงต้นปี
ล่าสุดสหรัฐฯประกาศจะเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน แม้ไทยอาจได้รับผลกระทบทางตรงในวงจำกัด เนื่องจากการส่งออกรถยนต์ของไทยไปสหรัฐฯ มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 1.6 ของการส่งออกรถยนต์ทั้งหมดของไทย แต่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทยลดลงร้อยละ 0.05 จากกรณีฐานฯ ( ทั้งนี้ วิจัยกรุงศรีประมาณการอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจปี 2568 ที่ร้อยละ 2.7)
นอกจากนี้ หากสหรัฐฯ เดินหน้าบังคับใช้มาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) อย่างจริงจังกับประเทศที่มีดุลการค้าเกินดุลกับตนเอง ไทยนับเป็นประเทศหนึ่งที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญกับมาตรการภาษีดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคส่งออกและภาคการผลิตของไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้
ทั้งนี้ อัตราภาษีเฉลี่ยของไทยสูงกว่าสหรัฐฯ ประมาณร้อยละ 5-6 และเมื่อรวมกับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 7 อาจส่งผลให้สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีตอบโต้สินค้าจากไทยสูงถึงร้อยละ 13 อาจกลายเป็นอัตราภาษีที่สูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน