แอ่ว 'ลำปาง' พลัส 'ลำพูน' อินกรีนซีซั่น ฤดูฝนก็เที่ยวได้

แอ่ว 'ลำปาง' พลัส 'ลำพูน' อินกรีนซีซั่น ฤดูฝนก็เที่ยวได้
มติชน
14 ตุลาคม 2563 ( 16:01 )
46
แอ่ว 'ลำปาง' พลัส 'ลำพูน' อินกรีนซีซั่น ฤดูฝนก็เที่ยวได้

แอ่ว ‘ลำปาง’ พลัส ‘ลำพูน’
อินกรีนซีซั่น ฤดูฝนก็เที่ยวได้

 

จ.ลำปาง และ จ.ลำพูน ถือว่าเป็นเมืองพี่เมืองน้อง มีประเพณี และศิลปวัฒนธรรม ที่คล้ายกัน คือ เป็นแหล่งอารยธรรม และโบราณสถาน ที่มีอายุคู่เมืองล้านนามากว่า 1,000 ปี เห็นได้จากหลักฐานภายในวัดพระธาตุลำปางหลวง อ.เกาะคา จ.ลำปาง ที่บอกเล่าถึงความเก่าแก่อายุกว่า 1,330 ปี คู่เมืองเหนือ หรือล้านนาในอดีต จึงเป็นมนต์ขลังให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้สนใจมาเยือนตลอดทั้งปี

 

ทั้งสองจังหวัด นอกจากมีวัดวาอารามที่เก่าแก่ และสวยงามด้านการท่องเที่ยวแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของลำปาง และลำพูน ซึ่งเป็นจังหวัดใจกลางภาคเหนือตอนบน ต่างก็มีธรรมชาติที่สวยงาม และฟินทุกครั้งที่มาเยือน เพื่อสูดอากาศที่บริสุทธิ์ให้เต็มปอด ในการขึ้นเหนือมา แอ่วลำปาง พลัสลำพูนŽ ในช่วงกรีนซีซั่นช่วงฤดูฝนนี้ ที่จะเห็นความเขียวขจีของขุนเขา เมฆหมอกที่สวยงาม และอากาศที่เย็นสบาย ท่ามกลางความชุ่มฉ่ำของสายฝน

 

หลังมาตรการคลายล็อก ทำให้แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่หลายจังหวัดทางภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย รวมถึง จ.ลำปาง และ จ.ลำพูน ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลำปาง เกิดความคึกคักต่อเนื่องขึ้น มีการเดินทางขึ้นมาท่องเที่ยว ทั้งรูปแบบครอบครัว กลุ่มเพื่อนพ้อง และแบบเที่ยวคนเดียวก็ฟินได้มากขึ้น เพื่อเที่ยวเมืองเหนืออย่างจุใจ หลังถูกล็อกดาวน์ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา

นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลำปาง กล่าวว่า ได้ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว ประเพณี และวัฒนธรรมที่น่าสนใจของ จ.ลำปาง และ จ.ลำพูน ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกัน และเป็นพื้นที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวให้ไปมาหาสู่กันได้ ตามเส้นทางท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ ที่น่าสนใจ จนทำให้ชื่อของทั้งสองจังหวัด เป็นที่คุ้นหูของนักเดินทางท่องเที่ยวที่ได้เดินทางมาสัมผัสอยู่ทุกช่วงเวลา

 

“อัตราการเติบโตด้านการท่องเที่ยวของทั้ง 2 จังหวัดนั้น มีทิศทางการท่องเที่ยวที่ดีขึ้นมาก และดีขึ้นเรื่อยๆ ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน จากแรงกระตุ้นด้านการท่องเที่ยว ตามเเคมเปญที่ได้วางไว้ เช่น ลำปางเมืองต้องห้ามพลาด เมืองที่ไม่หมุนตามกาลเวลา ซึ่งก็ทำให้ประชาชนจากต่างจังหวัด และนักท่องเที่ยวต่างให้ความสนใจ เดินทางมาเที่ยวลำปางอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งตัวเลขสถิติย้อนหลังนั้น พบว่า จ.ลำปาง และ จ.ลำพูน มีอัตราการเติบโตของผู้คนที่มาท่องเที่ยวเฉลี่ย 5-10% ต่อปี ถือว่าเป็นการเติบโตที่ค่อนข้างดี”

 

เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่สถานการณ์โควิด-19 จะเกิดขึ้น ลำปางมีอัตราการเติบโตด้านการท่องเที่ยวเฉลี่ย 5-6% นักท่องเที่ยวที่เข้ามากว่า 1,300,000 คน รายได้ด้านการท่องเที่ยวอยู่ที่เฉลี่ย 4,500 ล้านบาท ส่วนลำพูนก็มีสถิติที่ใกล้เคียงกัน เฉลี่ย 1,100,000 คน รายได้ด้านการท่องเที่ยว 1,700 ล้านบาท ดังนั้น ทาง ททท.สำนักงานลำปางจึงต้องมีการส่งเสริมการตลาด และกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวอยู่ตลอดเวลา เพื่อดึงให้ผู้คนได้เข้ามาท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดรูปแบบท่องเที่ยวได้ตลอดปี ในทุกฤดูกาล ไม่ใช่เฉพาะช่วงไฮซีซั่น หรือในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น แต่ฤดูร้อน และฤดูฝน ก็มาเที่ยวได้

 

เดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ของทุกปี ถือว่าเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ไฮซีซั่นของภาคเหนือ รวมถึงที่ จ.ลำปาง และลำพูน นักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้ามาเยอะมาก จนทำให้การเติบโตด้านการท่องเที่ยวในช่วงนั้น มีอัตราที่สูงประมาณ 70-80% หากในช่วงนั้นมีงานเทศกาล ที่พัก และผู้คนที่เข้ามาก็เกือบ 100% พอเข้าสู่ฤดูร้อน ในเดือนเมษายนเป็นต้นไป การเข้าพักก็จะลดลง แต่ก็ยังมีกิจกรรม หรืองานเทศกาลประเพณี ที่จะทำให้ผู้คนเข้ามาเที่ยวได้ พอเข้าฤดูฝน ที่เราเรียกว่ากรีนซีซั่น ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม การท่องเที่ยวปัจจุบันมีการปรับตัวขึ้นมาก เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงฤดูฝน ต่างจากในอดีตที่ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่เงียบมาก เพราะผู้คนไม่มาเที่ยวในช่วงหน้าฝน แต่ ณ ปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้น ประชาชนและนักท่องเที่ยวสนใจมาเที่ยวช่วงกรีนซีซั่นมากขึ้น จากแรงกระตุ้นด้านการท่องเที่ยว

 

นายวิสูตรกล่าวว่า การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ New Normal กรีนซีซั่น ลำปางพลัสลำพูน ทาง ททท.สำนักงานลำปางได้ให้ความสำคัญ และจัดแคมเปญ กระตุ้นการท่องเที่ยวมาโดยตลอด หลังมีมาตรการผ่อนคลายออกมา เพื่อกระตุ้นให้คนไทยเที่ยวไทย ส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น และการท่องเที่ยวให้ฟื้นตัวกลับมา โดยทั้ง 2 จังหวัดมีความพร้อมด้านการท่องเที่ยวอย่างมาก ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม โบราณสถาน ศิลปวัฒนธรรม การท่องเที่ยวชุมชน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา ตลอดจนความพร้อมของสถานประกอบการท่องเที่ยวต่างๆ

 

 

ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังมีมาตรการผ่อนคลาย และส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้อัตราการเติบโตด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.ลำปาง และลำพูน ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมให้เห็นการท่องเที่ยวเริ่มจะฟื้นตัวอยู่ในระดับที่ดี จนคาดการณ์ได้ว่าฤดูกาลท่องเที่ยว หรือไฮซีซั่นที่จะมาถึงนี้ จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาอยู่ในระดับที่ดีเกินคาดแน่นอน โดยลำปางมีแผนที่จะชูจุดขาย แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ชวนมานั่งรถราง หรือรถม้า เป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญ ทั้งประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิต จารีตขนบธรรมเนียมประเพณีตามชุมชน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

 

ส่วนลำพูนมีเป้าหมาย ส่งเสริมการเที่ยว เกี่ยวกับเมืองอารยธรรมล้านนาหริภุญชัย ผนวกกับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของลำพูน ก็มีความสวยงามไม่แพ้กัน เช่น การแข่งกอล์ฟท่ามกลางธรรมชาติ ในกิจกรรม กอล์ฟอินจูน พลัสลำพูนŽ จัดขึ้นทุกปีเดือนมิถุนายน รวมถึงกิจกรรม คิดถึงก๊วนชวนตีกอล์ฟŽ New Normal Golf @Lamphun ที่ชวน ทริปนักกอล์ฟมาโชว์วงสะวิงแข่งขันกันตลอด 3 เดือนของทุกปีกรกฎาคม-กันยายน ในสนามที่สวยงามถึง 16 สนามใน จ.ลำพูน สามารถดึงผู้คนนับหมื่นคนมาร่วมกิจกรรม และสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวอย่างคึกคักได้ในแต่ละปี ดังนั้น จึงยอมรับว่าลำปาง และลำพูน ไม่ใช่เป็นแค่เมืองเก่าที่เวลาล่วงเลยผ่านมานาน แต่กาลเวลาก็กำลังจะทำให้ทั้ง 2 เมืองชวนให้หลงใหล ให้ผู้คนได้เข้ามาสัมผัสสักครั้งหนึ่งในชีวิต ว่า ลำปาง และลำพูนนั้น มีดีอย่างไร ชวนให้หลงใหลแค่ไหน และจะประทับใจทุกครั้งที่มาเยือน เมืองพี่เมืองน้อง เสน่ห์ของ ลำปางพลัสลำพูน

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง