ฝนถล่มแหล่งกาแฟบราซิล นักวิทย์ฯชี้ต้องลดใช้ฟอสซิลด่วน!

นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักในพื้นที่ปลูกกาแฟสำคัญของ “บราซิล” มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น หากโลกยังคงเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างน้ำมัน ก๊าซ และถ่านหินต่อไป
ในช่วงเดือนที่ผ่านมา มีรายงานว่าประชาชนหลาย 10 คนในรัฐมีนัสเชไรส์เสียชีวิตจากเหตุดินถล่มและน้ำป่าที่ไหลหลาก หลังฝนตกหนักจนถนนหลายสายกลายเป็นกระแสน้ำ ขณะที่ประชาชนอีกหลายพันคนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน
หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักคือเมือง “จุยซ์ เด ฟอรา” ซึ่งมีปริมาณฝนตกในเดือนกุมภาพันธ์มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยวัดได้มากกว่า 750 มิลลิเมตร หรือประมาณ 3 เท่าของค่าเฉลี่ยในช่วงเวลาเดียวกัน และสูงกว่าสถิติเดิมที่ 456 มิลลิเมตร ซึ่งเคยเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2531
ผลการศึกษาล่าสุดของกลุ่มนักวิจัยด้านการวิเคราะห์สภาพอากาศโลกระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความสูญเสียคือความเหลื่อมล้ำทางสังคมและการวางผังเมืองที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากประชาชนรายได้น้อยจำนวนมากอาศัยอยู่บนพื้นที่ลาดชันที่มีการตัดไม้ทำลายป่าและมีระบบระบายน้ำไม่ดี ทำให้มีความเสี่ยงต่อดินถล่มสูง โดยเมืองจุยซ์ เด ฟอรา ถูกจัดให้เป็น1 ใน10 เมืองของบราซิลที่มีประชาชนอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยมากที่สุด
นักวิทยาศาสตร์ยังระบุว่า ปริมาณฝนที่ตกลงมาในครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่อาจเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้งในรอบหลายร้อยปี แม้ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเหตุการณ์นี้มีสาเหตุโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์หรือไม่ แต่การวิเคราะห์พบว่า หากอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นถึง 2.6 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรม ปริมาณฝนที่ตกหนักในพื้นที่นี้อาจรุนแรงขึ้นอีกประมาณ 7%
ผู้เชี่ยวชาญจึงเรียกร้องให้ทั่วโลกเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ฝนตกหนักทำลายสถิติกลายเป็นเรื่องปกติในอนาคต
นอกจากผลกระทบด้านชีวิตและทรัพย์สินแล้ว เหตุการณ์ดังกล่าวยังอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก เนื่องจากรัฐมีนัสเชไรส์เป็นหนึ่งในแหล่งผลิตเมล็ดกาแฟอาราบิกาที่สำคัญของโลก โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ราคากาแฟเพิ่มสูงขึ้นจากสภาพอากาศสุดขั้วที่ทำให้ผลผลิตลดลงประมาณ 15–20%
รายงานยังระบุว่า เดิมทีคาดว่าผลผลิตกาแฟจะกลับมาฟื้นตัวในปีนี้ แต่สภาพอากาศที่ชื้นผิดปกติในช่วงเดือนที่ผ่านมาอาจทำให้โรคพืชแพร่ระบาดในไรกาแฟมากขึ้น
นักวิจัยด้านสภาพภูมิอากาศในสหราชอาณาจักรระบุว่า ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนในบราซิลกำลังสะท้อนถึงราคาสินค้าในตลาดโลก โดยเฉพาะราคากาแฟที่ผู้บริโภคต้องจ่ายเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ เนื่องจากผลผลิตในประเทศผู้ส่งออกสำคัญอย่างบราซิลและเวียดนามได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรงมากขึ้น