รีเซต

”อรรษิษฐ์“ นั่งหัวโต๊ะ ถกวาระพัฒนาภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ก่อน ครม.สัญจร

”อรรษิษฐ์“ นั่งหัวโต๊ะ ถกวาระพัฒนาภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ก่อน ครม.สัญจร
TNN ช่อง16
14 พฤษภาคม 2569 ( 14:43 )
11

วันนี้ (14 พ.ค. 69)  ที่ห้องประชุมราชบพิธ ชั้น 5 อาคารดำรงราชานุสรณ์ กระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมจัดเตรียมข้อเสนอประเด็นและวาระการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (จังหวัดสงขลา สุราษฎร์ธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช และจังหวัดพัทลุง) และกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน โดยมี นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี นายณฐพงศ์ วรรณรัตน์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายสุพัฒน์ เมธีวรพจน์ รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นางสาวมัทนา เจริญศรี รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ นางวรสุดา รัตนสุคนธ์ ที่ปรึกษาด้านการบริหารราชการจังหวัดแบบบูรณาการ นายอัธยา นวลอุทัย ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสราวุธ สุขรื่น ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ ได้แก่ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีในฐานะหัวหน้ากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร และนายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยหัวหน้าสำนักงานจังหวัด และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายสลิล โตทับเที่ยง ประธานหอการค้าภาคใต้ และประธานหอการค้าจังหวัด ร่วมด้วย

ปลัดกระทรวงมหาดไทย เผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีดำริเมื่อครั้งลงพื้นที่บริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลาเมื่อช่วงปลายปี 2568 ให้มีการจัดการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) เป็นครั้งแรกของรัฐบาลที่จังหวัดสงขลา เพื่อให้คณะรัฐมนตรีตลอดจนส่วนราชการและภาคเอกชนได้ร่วมกันในการเสนอแผนขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่จังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถอดบทเรียนข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อเสริมความเข้มแข็งและความมั่นคงของระบบการเตือนภัยและการบริหารจัดการสาธารณภัยจากเหตุอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่เมื่อช่วงปลายปี 2568 ตลอดจนในเรื่องของสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้มีความครอบคลุม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน ซึ่งการนำเสนอข้อเสนอและโครงการควรมีความสอดคล้องเชื่อมโยงในกลุ่มจังหวัด


"กระทรวงมหาดไทยจึงได้ร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และสำนักงบประมาณ กำหนดเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 มิ.ย. 69 ณ จังหวัดสงขลา ด้วยการจัดการประชุมบูรณาการการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยผ่านระบบออนไลน์ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ได้แก่ จังหวัดสงขลา สุราษฎร์ธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช และจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ได้แก่ ภาคราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาชน เพื่อเสนอประเด็นและวาระการพัฒนากลุ่มจังหวัดต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีฯ ดังกล่าว"


ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติม สำหรับขั้นตอนหลังจากการประชุมจัดเตรียมข้อเสนอประเด็นและวาระการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยในวันนี้แล้ว ทางสภาพัฒน์ สำนักงบประมาณ และกระทรวงมหาดไทย จะลงพื้นที่พิจารณากลั่นกรองโครงการ เพื่อให้ความเห็นและข้อสังเกตในการปรับปรุงข้อเสนอโครงการให้มีความพร้อมและมีความสมบูรณ์ ก่อนที่จะมีการประชุมบูรณาการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีซึ่งกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย เป็นประธานการประชุมฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล จากนั้น ในวันที่ 8 มิ.ย. 69 จะเป็นการประชุมหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและภาคเอกชนในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อรับฟังแลกเปลี่ยนความเห็นต่อการพัฒนากลุ่มจังหวัดฯ ก่อนจะมีการประชุมบูรณาการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย  (กรอ.ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย) และการประชุม ครม.สัญจร ในวันที่ 9 มิ.ย. 69 โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม

 

ด้านนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การนำเสนอข้อคิดเห็นและโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนต้องสอดคล้องกับนโยบายหลักของรัฐบาลทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ 1. เศรษฐกิจ 2. การต่างประเทศและความมั่นคง 3. สังคม 4. ภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม และ 5. การบริหารจัดการส่วนราชการให้มีความทันสมัย ซึ่งส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องเป็นที่ปรึกษาในการให้ข้อคิดเห็น เพื่อให้เกิดการบูรณาการทำให้การดำเนินการขับเคลื่อนเกิดประโยชน์ทั้งในมิติการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนรวมถึงการบริหารราชการแผ่นดินอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด

ด้าน นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีในฐานะหัวหน้ากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ได้นำเสนอร่างประเด็นการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ภายใต้เป้าหมายการพัฒนาการท่องเที่ยว การเกษตร อุตสาหกรรมชีวภาพที่มีมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 โครงการสำคัญที่มีความพร้อมภายใต้กรอบวงเงินสนับสนุน 50 ล้านบาท ด้วยแนวทาง 1) การพัฒนาการเตรียมความพร้อมเมืองและฟื้นฟูเศรษฐกิจให้มีความยืดหยุ่น 2) ยกระดับมาตรฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกการท่องเที่ยว และส่วนที่ 2 ข้อเสนอเชิงนโยบายของพื้นที่ที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุน ด้วยกรอบการพัฒนา 1) การเตรียมความพร้อมเมืองและฟื้นฟูเศรษฐกิจให้มีความยืดหยุ่น และ 2) ยกระดับมาตรฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกการท่องเที่ยว และมีข้อเสนอเชิงนโยบาย 7 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการนำร่องนวัตกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการบริหารจัดการแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย 2. โครงการพัฒนาเส้นทางขนส่งทางรถไฟ และระบบท่อ เพื่อการขนส่งสินค้าตามแนวเส้นทางเซาเทิร์นซีบอร์ด 3. โครงการศูนย์ส่งออกผลไม้เบ็ดเสร็จภาคใต้ ด่านศุลกากรอำเภอสวี 4. โครงการจัดหาเรือกู้ชีพกู้ภัยเพื่อช่วยเหลือประชาชน นักท่องเที่ยวในพื้นที่เทศบาลตำบลบ้านเชี่ยวหลาน ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 5 โครงการยกระดับเมืองไมซ์ ภาคใต้ตอนบน เพื่อรองรับการจัดงานไมซ์ระดับนานาชาติ 6. โครงการประกาศพื้นที่ Medical Hub เพื่อเป็นศูนย์การบริการทางการแพทย์และ Wellness พื้นที่ภาคใต้ตอนบนและรองรับ SEC การพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคต และ 7. โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมโคเนื้อ/โคขุนศรีวิชัย : Sriwichai Beef ซึ่งจะได้นำข้อคิดเห็นจากที่ประชุมไปดำเนินการปรับปรุงข้อเสนอให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามนโยบายรัฐบาล และขั้นตอนที่กำหนดต่อไป ทั้งนี้ กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย มีเนื้อที่ 40,564 ตร.กม. 25,352,500 ไร่ ประชากร 5,069,919 คน GRP : 908,950 ล้านบาท/+8.49% GDP per capita 167,789 บาท รายได้การท่องเที่ยว 195,263 ล้านบาท และรายได้ภาคการเกษตร 236,855 ล้านบาท

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง