รีเซต

เปิดแผนปลัด มท. บูรณาการ 3 ฝ่าย ตรึงความมั่นคงดับร้อนแดนใต้

เปิดแผนปลัด มท. บูรณาการ 3 ฝ่าย ตรึงความมั่นคงดับร้อนแดนใต้
TNN ช่อง16
30 มิถุนายน 2569 ( 15:00 )
18

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดยะลาเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกำชับทุกหน่วยงานเร่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติการข่าว โดยย้ำว่าการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนต้องเป็นภารกิจสำคัญสูงสุดของทุกฝ่าย

การประชุมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมศรียะลา ศาลากลางจังหวัดยะลา โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงมหาดไทย กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส รวมถึงนายอำเภอ ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานด้านความมั่นคง เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อกำหนดแนวทางบูรณาการการทำงานรับมือสถานการณ์ในพื้นที่

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงในพื้นที่จังหวัดยะลาและปัตตานี รวมถึงเหตุระเบิดในจังหวัดนราธิวาสที่มีชาวต่างชาติได้รับบาดเจ็บ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แสดงความห่วงใยและมอบหมายให้ตน พร้อมด้วยแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างเร่งด่วน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเร่งรัดการดูแลความปลอดภัยของประชาชน

ปลัดกระทรวงมหาดไทยเน้นย้ำว่า การปฏิบัติการด้านการข่าวถือเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันเหตุ โดยย้อนถึงการลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างกรมการปกครองกับกองทัพบกตั้งแต่ปี 2566 เพื่อพัฒนาศักยภาพสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ให้ได้รับการฝึกด้านยุทธวิธี การข่าว และงานมวลชนจากหน่วยรบพิเศษ พร้อมผลักดันให้กองกำลัง อส. ทำหน้าที่เป็นชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) อย่างเต็มศักยภาพในการดูแลความปลอดภัยประชาชน

นอกจากนี้ ยังเน้นการบูรณาการการทำงานระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหารในทุกระดับ โดยให้นายอำเภอและผู้กำกับการสถานีตำรวจทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด พร้อมใช้กลไกปลัดอำเภอประจำตำบลลงพื้นที่สร้างความสัมพันธ์กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และประชาชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและป้องกันเหตุได้อย่างรวดเร็ว


นายอรรษิษฐ์ยังได้กำหนด 4 มาตรการสำคัญ เพื่อยกระดับการดูแลความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ประกอบด้วย

บูรณาการกำลังทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานความมั่นคง เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลพื้นที่สำคัญ ทั้งย่านเศรษฐกิจ สถานที่ราชการ แหล่งชุมชน และโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมเตรียมกำลังตอบสนองต่อเหตุการณ์อย่างทันท่วงที

เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและสนับสนุนการสืบสวน โดยประสานการทำงานของชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด หน่วยพิสูจน์หลักฐาน ฝ่ายปกครอง และภาคประชาชน รวมถึงนำข้อมูลจากระบบกล้องวงจรปิดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาสนับสนุนการสืบสวนอย่างมีประสิทธิภาพ

เร่งสำรวจความเสียหายและเยียวยาประชาชน พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สร้างขวัญกำลังใจ ดูแลผู้ได้รับผลกระทบ และเตรียมความพร้อมของกลไกฝ่ายปกครองทุกระดับในการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน


ยกระดับการสื่อสารข้อมูลข่าวสาร ให้จังหวัดเป็นศูนย์กลางเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง ลดการเผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อนและความตื่นตระหนกของประชาชน พร้อมจัดทำบทวิเคราะห์เหตุการณ์ (After Action Review) เพื่อพัฒนาการปฏิบัติงานและสนับสนุนข้อมูลด้านการข่าวแก่หน่วยงานความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง

ปลัดกระทรวงมหาดไทยย้ำว่า การบริหารสถานการณ์ต้องครอบคลุมทั้งช่วงก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ โดยทุกหน่วยงานต้องเตรียมพร้อม ปฏิบัติการอย่างรวดเร็ว ฟื้นฟูพื้นที่และสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด พร้อมถอดบทเรียนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต

ด้านนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า กรมการปกครองได้นำนโยบายของกระทรวงมหาดไทยไปสู่การปฏิบัติอย่างเข้มข้น ทั้งการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง การเพิ่มความพร้อมของกำลังพล และการยกระดับงานด้านการข่าวควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับทหาร ตำรวจ และหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อให้การดูแลประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีประสิทธิภาพสูงสุด

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง