Meta เผย 6 เทรนด์โซเชียล ประจำปี 2569 เมื่อ AI คือโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจยุคใหม่

คุณแพร ดำรงค์มงคลกุล Country Director ประจำเฟซบุ๊ก (Facbook) ประเทศไทย จากเมตา (Meta) เผยทิศทางสำคัญที่จะกำหนดอนาคตธุรกิจในปี 2026 โดยเน้นย้ำว่าโลกโซเชียลกำลังเปลี่ยนจาก พื้นที่ทำคอนเทนต์ให้กลายเป็นกลไกการขายครบวงจรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มรูปแบบ
ในปัจจุบัน เส้นทางการซื้อของลูกค้ามีความยืดหยุ่นและผสานเข้ากับสภาพแวดล้อมทางโซเชียลมากขึ้นเรื่อย ๆ แพลตฟอร์มโซเชียลจึงกลายเป็นตัวเร่งการเติบโตที่ทรงพลัง ทั้งในการใช้ AI เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมเฉพาะบุคคล (One-to-one Personalization) รวมถึงการขยายช่องทางเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และการทลายขีดจำกัดเพื่อขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ
ด้วยเหตุผลนี้จึงนำไปสู่การลงทุนอย่างต่อเนื่องใน AI ของหลายบริษัท เพื่อเข้ามาช่วยเสริมสร้างระบบการจัดอันดับโฆษณาและระบบแนะนำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
6 เทรนด์โซเชียลที่กำหนดทิศทางธุรกิจยุคใหม่ในปี 2026
1. AI & GenAI: พลังขับเคลื่อน Customer Journey แบบไร้รอยต่อ
เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นหัวใจหลักตั้งแต่การระบุกลุ่มเป้าหมายไปจนถึงการสร้างชิ้นงานโฆษณา โดยเครื่องมือสร้างวิดีโอด้วย AI สามารถสร้างรายได้แตะ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.1 แสนล้านบาทในไตรมาสล่าสุด ซึ่งช่วยให้แบรนด์ผลิตคอนเทนต์คุณภาพสูงได้รวดเร็วและคุ้มค่ากว่าเดิม
2. Instagram: พื้นที่แห่งการค้นพบผ่าน Creator & Reels
การใช้อินสตราแกรม (Instagram) หรือ แพลตฟอร์มโซเชียลที่เน้นการแบ่งปันรูปภาพและวิดีโอสั้น ในไทยยังคงเติบโตแข็งแกร่ง โดยเฉพาะฟีเจอร์วิดีโอสั้นอย่างรีลส์ (Reels) ที่มียอดรับชมเพิ่มขึ้นกว่า 30% จากการใช้ AI แนะนำคอนเทนต์ที่ตรงความสนใจผู้ใช้ ทำให้เกิดการค้นพบแบรนด์ผ่านครีเอเตอร์ (Creator-Led Discovery) ที่น่าเชื่อถือและเข้าถึงคนทุกเจเนอเรชัน
3. Chat Commerce: การส่งข้อความคือหน้าร้านใหม่
การซื้อขายผ่านแชต (Messenger, Instagram DM, WhatsApp) คือหัวใจของตลาดไทย ปัจจุบัน AI ช่วยจัดการบทสนทนาและส่งข้อความการตลาด (Marketing Messages) ไปยังกลุ่มเป้าหมายจากระบบ CRM หรือ เทคโนโลยีที่บริษัทใช้ในการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลและการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้โดยตรง ทำให้การปิดการขายและบริการลูกค้าเกิดขึ้นได้จบในที่เดียว
4. Facebook Affiliate: พลิกเศรษฐกิจครีเอเตอร์เป็นยอดขาย
เมตาร่วมมือกับพันธมิตรอย่างช้อปปี้ (Shopee) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยอดนิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน เปิดโปรแกรม Facebook Affiliate ให้ครีเอเตอร์แท็กสินค้าในโพสต์หรือ Reels เพื่อให้ลูกค้ากดซื้อได้ทันที ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ผ่านคอนเทนต์ที่จริงใจจากครีเอเตอร์ และวัดผลยอดขายได้แม่นยำ
5. Live Commerce: เปลี่ยนความสนใจให้เป็นผลลัพธ์
ในส่วนของวิดีโอยังคงครองแชมป์คอนเทนต์ยอดนิยม โดยการใช้ Live Video Ads บน Facebook ช่วยดึงคนเข้าชมการถ่ายทอดสดได้มากขึ้น เปิดโอกาสให้แบรนด์โต้ตอบกับลูกค้าแบบเรียลไทม์ และเปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นผู้ซื้อได้อย่างรวดเร็ว
6. Cross-border Trade: บุกตลาดโลกง่าย ๆ ด้วย AI
การใช้โซลูชันการโฆษณาอัจฉริยะอย่าง Advantage+ Shopping Campaigns หรือ การทดสอบโฆษณาหลายรูปแบบไว้ในแคมเปญเดียว AI จะทำหน้าที่ค้นหาตลาดและกลุ่มเป้าหมายที่ มีโอกาสซื้อจริง และ Click-to-Message หรือ รูปแบบโฆษณาที่เน้นการเปลี่ยนจากผู้เห็นโฆษณาให้กลายเป็นคู่สนทนาในทันที ช่วยให้ธุรกิจไทยขยายฐานลูกค้าข้ามพรมแดนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มการท่องเที่ยว ความงาม และสุขภาพ ช่วยให้แบรนด์ทดสอบตลาดใหม่ๆ ทั่วโลกได้อย่างไร้ขีดจำกัด
ในปี 2026 ที่กำลังจะถึงนี้ เส้นทางความสำเร็จของธุรกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครเข้าถึงคนได้มากที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับใครจะใช้ AI เพื่อส่งสิ่งที่ใช่ให้แก่คนที่ใช่ได้แม่นยำที่สุด การปรับตัวจากพื้นที่โชว์ผลงานสู่กลไกการขายครบวงจร จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้แบรนด์ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในบ้านและบนเวทีโลก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
