SPAยอดคนไทยใช้บริการพุ่ง เปิดสาขา70%-ขายออนไลน์

SPAยอดคนไทยใช้บริการพุ่ง เปิดสาขา70%-ขายออนไลน์
ทันหุ้น
18 กันยายน 2563 ( 09:00 )
53
SPAยอดคนไทยใช้บริการพุ่ง เปิดสาขา70%-ขายออนไลน์

ทันหุ้น –สู้โควิด – SPA เผยลูกค้าในประเทศเข้าใช้บริการเพิ่มขึ้นที่ระดับ 40% จากเดิม 30% ชี้ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 70% ของสาขาทั้งหมด 60 แห่ง พร้อมรุกทำตลาดออนไลน์ขายผลิตภัณฑ์สปาเพิ่มช่องทางทำเงิน ฟากโบรกชี้หากเปิดรับนักท่องเที่ยวคาดฟื้นตัวเร็ว แนะ”ซื้อ” พื้นฐาน 8.80 บาท


นายวิบูลย์ อุตสาหจิต ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPA เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้เปิดให้บริการสาขาแล้ว 70% ของสาขาในประเทศทั้งหมด 60 สาขา ทั้งนี้การเข้าใช้บริการสัดส่วนยังเป็นลูกค้าในประเทศไทยเป็นหลัก เพราะนักท่องเที่ยวยังไม่สามารถเดินทางเข้ามาได้ โดยสัดส่วนลูกค้าในประเทศได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแตะที่ระดับ 40% จากที่ผ่านมามีสัดส่วนอยู่ที่ 30%


เปิดให้บริการสปา


สำหรับสาขาให้บริการสปา บริษัทให้บริการในพื้นที่ stand alone ห้างสรรพสินค้า และโรงแรม โดยสาขาstand alone ห้างสรรพสินค้า เปิดให้บริการได้เต็มจำนวนแล้ว ส่วนสาขาในโรงแรมบางแห่ง ยังไม่เปิดให้บริการ


ทั้งนี้การให้บริการแก่ลูกค้าในประเทศไทย บริษัทได้ทำการตลาดให้ผู้ใช้บริการมากขึ้น ทั้งการตลาดผ่านระบบออนไลน์ ผ่านช่องทาง Influencer ที่ปัจจุบันได้รับความนิยมมากขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทจะเน้นจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สปาและไลฟ์สไตล์ผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ชมากขึ้น ซึ่งทิศทางการจำหน่ายสินค้ามียอดขายปรับตัวดีขึ้น โดยบริษัทคาดสัดส่วนรายได้จากการจำหน่ายสินค้าใน 3 ปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นไปแตะที่ระดับ 10% จากปัจจุบันอยู่ที่ 6%


อย่างไรก็ตามแนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 3/2563 จะดีกว่าไตรมาส 2 และปรับตัวดีขึ้น จาการเข้าใช้บริการรายสัปดาห์ รายเดือน มีอัตราการเข้าใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งบริษัทมองธุรกิจไตรมาส 2/2563 จะเป็นจุดต่ำสุด ส่วนไตรมาส 3/2563 จะพลิกเป็นบวกได้หรือไม่นั้น ยังไม่สามารถประเมินได้ เนื่องจากต้องรอดูความชัดเจนนโยบายภาครัฐที่กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมถึงรอติดตามการพัฒนาวัคซีน


จับตานักท่องเที่ยว


ขณะที่ประเด็นการรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยระยะยาว บริษัทยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจน และต้องติดตามฟังรายละเอียดอีกครั้ง โดยปัจจัยเหล่านี้คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้ผลประกอบการของบริษัทกลับมาเป็นบวก ส่วนทิศทางกระแสเงินสดปัจจุบันบริษัทยังติดลบเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้หากทิศทางธุรกิจเริ่มฟื้นตัว คาดว่าแนวโน้มกระแสเงินสดจะกลับมาเป็นบวกได้อย่างแน่นอน


นายวิบูลย์ กล่าวต่อว่า บริษัทปรับลดเป้าหมายรายได้ปีนี้ลดลง จากเดิมตั้งเป้ารายได้โต 20% ซึ่งการตั้งเป้ารายได้ก่อนหน้านี้เป็นการตั้งเป้าในช่วงภาวะปกติ ขณะที่ในครึ่งปีแรกของปี 2563 บริษัทได้รับผลกระทบจากแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินเข้ามาในประเทศไทย และเข้าใช้บริการได้ตามแผน ประกอบกับในประเทศมีการล็อกดาวน์ ทำให้สาขาสำหรับบริการสปาต้องหยุดให้บริการไปชั่วคราว


ด้านแผนการลงทุน หรือขยายสาขาโดยการเทกโอเวอร์หรือซื้อกิจการ ปัจจุบันมีผู้ให้บริการสปามาเสนอขายกิจการเป็นจำนวนมาก เนื่องจากไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ แต่บริษัทมองว่าในภาวะปัจจุบันยังไม่ใช่จังหวะการลงทุน แต่อย่างไรก็ตามบริษัทจะพิจารณาการลงทุนเป็นรายกิจการ หากมีกิจการที่ดี และเหมาะสมต่อการลงทุนบริษัทไม่ปิดโอกาส


รอนักท่องเที่ยวกลับ


บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุถึง บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPA ว่า สถานการณ์ปัจจุบันคือ มีการฟื้นตัวได้ดีขึ้น หลังจากมีการรีโอเพนเมือง ยอดผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น แต่จำนวนผู้ใช้บริการ (Traffic) ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ซบเซา ส่วนมากเป็นคนไทย นั่นคือ ปัจจุบันมีการกลับมาเปิดสาขาได้ในสัดส่วน 70% จากจำนวนร้านทั้งหมด แต่อัตราการใช้บริการยังเป็นเพียง 30-35% ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ได้กำไร แต่บริษัทพยายามควบคุมต้นทุนด้านบุคลากรและค่าเช่า ซึ่งมีการต่อรองให้ลดค่าเช่าลง โดยการมารับบริการจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมีส่วนสำคัญที่จะทำให้กลับมามีกำไรได้


อย่างไรก็ตามถือได้ว่าฐานะทางการเงินอยู่ในเกณฑ์ที่แข็งแกร่ง คาดว่าจะบริหารกระแสเงินสดได้ผ่าน และชำระหนี้คืนได้อย่างราบรื่น แม้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนเป็น 1.6 เท่า แต่หากไม่นับผลจากมาตรฐานบัญชีฉบับ 16 (TFRS 16) เป็นเพียง 0.5 เท่า และมีข้อจำกัด Debt Covenant ที่ 2.0 เท่า


คงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาพื้นฐาน 8.80 บาท ซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF หากไทยมีการเปิดน่านฟ้ารับนักท่องเที่ยวต่างชาติ คาดว่าการฟื้นตัวจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีการเปิดร้านเพิ่มขึ้นอีก โดยคาดว่าปีนี้เป็นขาดทุนสุทธิ 63 ล้านบาท ซึ่งขาดทุนเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 21 ล้านบาท มาจากสมมุติฐานอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลงและปี 64 ฟื้นตัวพลิกเป็นกำไร 57 ล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง