Bumble เลิกกฎให้ผู้หญิงทักก่อน พลิกโฉมแอปหาคู่ด้วย AI

นับตั้งแต่ Bumble เปิดตัวในปี 2014 ทางแอปได้มีการชูจุดขายสำคัญ ที่ทำให้แอปฯ มีข้อแตกต่างจากแอปฯ หาคู่ทั่วไป นั่นคือการที่ผู้หญิงเท่านั้นที่สามารถเริ่มต้นบทสนทนาในการจับคู่แบบต่างเพศบนแอปฯ ได้
เมื่อวันอังคารที่ 11 สิงหาคมผ่านมา Bumble ประกาศว่าจะเริ่มอนุญาตให้ทั้งสองฝ่ายสามารถส่งข้อความแรกได้ในการจับคู่ โดยยกเลิกกฎที่ผู้หญิงเป็นฝ่ายเริ่มส่งข้อความก่อน
การปรับตัวของแอปพลิเคชั่นหาคู่ทั่วโลก
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในขณะที่บริษัทแอปฯ หาคู่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาความเบื่อหน่ายของผู้ใช้ต่อแพลตฟอร์มแบบปัดนิ้วแบบดั้งเดิม และการเติบโตที่ชะลอตัว ทำให้บางบริษัท รวมถึง Bumble และ Match Group เจ้าของ Tinder ต้องเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่และเครื่องมือที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วม
ยกตัวอย่างเช่น Hinge แอปพลิเคชันหาคู่อีกเจ้า ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับสอง รองจาก Tinder ได้มีเครื่องมือ AI ที่ผู้ใช้สามารถขอให้ช่วยตรวจสอบโปรไฟล์และแนะนำวิธีทำให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น ฟีเจอร์อีกอย่างคือการนำเสนอข้อความที่สร้างโดย AI เพื่อช่วยผู้ใช้เริ่มบทสนทนา รวมถึงมี AI ช่วยวิเคราะห์โปรไฟล์ของอีกฝ่าย ไปจนถึงการแนะนำประโยคเปิดบทสนทนา เพื่อช่วยแก้ปัญหาสำหรับคนที่อยากคุยแต่ไม่รู้จะทักอย่างไร หรือกลัวบทสนทนาจะน่าเบื่อ
และอีกหัวใจหลักของแอปฯ หาคู่ คือการมี AI เรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานอย่างละเอียด เช่น สเปกที่ชอบปัดขวา ไลฟ์สไตล์ งานอดิเรก หรือแม้แต่ระยะเวลาที่หยุดดูโปรไฟล์แต่ละแบบ เพื่อนำไปคำนวณและแนะนำคนที่มีแนวโน้มจะ "ใจตรงกัน" ได้แม่นยำขึ้น
แนวโน้มในอนาคต
Bumble กล่าวว่าการทดสอบในแคนาดาแสดงให้เห็นว่าอัตราการเริ่มแชทสูงขึ้น แชทหมดอายุน้อยลง และบทสนทนาที่ต่างฝ่ายต่างส่งหากันมากขึ้น หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ขยายระยะเวลาตอบกลับสำหรับคู่ที่ตรงกันจาก 24 ชั่วโมงเป็น 72 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มจำนวนการสนทนาและลดจำนวนคู่ที่ตรงกันซึ่งหมดอายุไปโดยไม่มีการโต้ตอบ
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นการตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการ “ความยืดหยุ่นมากขึ้น ความกดดันน้อยลง และโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริงและมีความหมายมากขึ้น” Whitney Wolfe Herd ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ กล่าว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
