PTTGC สูตรใหญ่ Allnex มุ่งอิเล็ก-ดาต้าดันมาร์จิ้น

#PTTGC #ทันหุ้น - PTTGC ปั้น Allnex วางเกมใหญ่จีนและอินเดีย เป้าดันสัดส่วนอีบิทดาขึ้นแตะ 30% จาก 15% มุ่งเมกะเทรนด์กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และดาต้าเซ็นเตอร์ ชี้มาร์จิ้นสูง มองราคาน้ำมันผันผวน แต่บริษัทรับมือได้จากจุดแข็งซัพพลาย พร้อมผสานพลัง ปตท. แม่ทัพใหญ่ดึงพันธมิตรเสริมทัพ และเดินหน้าดีล SCGC ตั้งบริษัทร่วมทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และมาร์จิ้น
นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจกลุ่มเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty Chemicals) โดยมี Allnex เป็นกำลังสำคัญในการสร้างการเติบโต วางกลยุทธ์ขยายฐานในตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงอย่างภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะการตั้งฐานการผลิตและการลงทุนในลักษณะ Hub ที่ประเทศจีน (China Hub) และอินเดีย (India Hub) รวมถึงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งใช้ประเทศไทยเป็นฐานหลัก โดยในแต่ละประเทศจะมีพอร์ตแตกต่างกันไปเช่น จีนจะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่ม ส่วนอินเดียโรงงานจะผลิตได้ปลายปีนี้ ซึ่งเป็นสินค้าโครงสร้างช่วยทดแทนการนำเข้า โรงงานที่เสร็จจะเพิ่มปริมาณผลิตต่อเนื่องทำให้ได้วอลุ่ม และมาร์จิ้นสูงขึ้น แม้จะเป็นสินค้าพื้นฐาน
บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จากธุรกิจ Allnex ให้ขึ้นไปแตะระดับ 30% ของ EBITDA รวมทั้งหมดของ PTTGC ภายในระยะเวลา 4-5 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่อยู่ระดับประมาณ 15%
สำหรับทิศทางกลุ่มผลิตภัณฑ์สารเคลือบผิวอุตสาหกรรม ของ Allnex จะมุ่งเน้นนวัตกรรมขั้นสูงที่ตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลก โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ ดาต้าเซ็นเตอร์ เทคโนโลยี High-End และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้องการใช้เทคโนโลยีการเคลือบขั้นสูงและให้มาร์จิ้นสูง รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมสารเคลือบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ และกระบวนการลดคาร์บอน ซึ่งจะเข้ามาช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และขยายฐานลูกค้าระดับโลกได้อย่างต่อเนื่อง
@ จุดแข็งซัพพลายรับมือผันผวน
ส่วนราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจาก ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ มองว่าความผันผวนยังมีต่อเนื่อง และทําให้ราคาปิโตรเคมีปรับตัวขึ้น แต่เนื่องจากบริษัทมีความพร้อมในการรับมือด้วยจุดแข็งด้านสายการผลิตและซัพพลายเชนที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนการใช้วัตถุดิบ และเลือกแหล่งพลังงานในการผลิตได้อย่างรวดเร็ว จึงส่งผลดีกับบริษัท โดยบริษัทเน้นรักษาเสถียรภาพการเดินเครื่องโรงงาน ให้มีความต่อเนื่องและนิ่งที่สุด เพื่อให้สามารถใช้กำลังการผลิตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รักษาต้นทุนการผลิตให้อยู่ในระดับต่ำ ทำให้มีลูกค้าเข้ามาต่อเนื่อง
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าว PTT มี พันธมิตรจากระดับโลกเข้ามานั้น ถือเป็นนโยบายของ PTT ไม่เกี่ยวกับ PTTGC แต่มองว่า เป็นนโยบายที่จะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพและทําให้บริษัทลดต้นทุนมีมาร์จินเพิ่มขึ้นได้ ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงเดินหน้าความร่วมมือและการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ SCGC ในธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ เพื่อดึงจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของทั้ง 2 ฝ่ายมาผสานรวมกัน ทั้งในด้านเทคโนโลยี องค์ความรู้ และการบริหารจัดการโรงงาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับอัตรากำไร ของกลุ่มธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น
@CEO เผยสูตรบริหาร
นายอนิช เค. ทาเนจา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Allnex เปิดเผยว่า พร้อมผลักดันเป้าหมาย PTTGC ในการเพิ่มสัดส่วน Specialty Chemicals เป็น 30% โดยวางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการเติบโตผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ 1. การมุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานและโครงสร้างภายใน เพื่อผลักดันการเติบโตของ EBITDA และมาร์จิ้นให้แข็งแกร่งต่อเนื่อง 2. การสร้างการเติบโตจากธุรกิจปกติ ต่อยอดร่วมกับฐานลูกค้าเดิมและการขยายฐานลูกค้าใหม่ในตลาดทั่วโลก มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Green Portfolio ตอบโจทย์กติกาความยั่งยืนระดับสากล และ การปรับเปลี่ยนและสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ที่มุ่งเน้น 3 คุณค่าหลัก ได้แก่ ความกล้าหาญ , การมุ่งเน้นผลงานที่เป็นเลิศ และความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนองค์กรในระยะยาว
สำหรับการบริหาร จะให้ความสำคัญกับ "คน" และการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ทั้งกับพนักงาน ลูกค้า และผู้ถือหุ้น บนพื้นฐานของความไว้วางใจและการรับฟัง โดยการทำงานด้วยความรักและความหลงใหล ดึงศักยภาพที่ดีที่สุดออกมาสร้างผลงาน รวมถึงการเปิดรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา ทำให้สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดและบริหารงานในอุตสาหกรรมที่ไม่คุ้นเคยให้ประสบความสำเร็จได้
@ ปักธงฮับจีน
นางไอริส ถัง กรรมการผู้จัดการ Allnex ประเทศจีน เผยว่าตลาดสารเคลือบผิวอุตสาหกรรมในประเทศจีนคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 45% ของตลาดทั่วโลก และมีแนวโน้มเติบโตสูงจากการพัฒนาประเทศ แต่ลูกค้าส่วนใหญ่กระจัดกระจาย ดังนั้นจึงต้องบริหารแบบจีนสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า โดย China Hub นับเป็นระบบนิเวศอุตสาหกรรม ที่ตอบโจทย์ เพราะมีกลุ่มผู้ผลิตวัตถุดิบขั้นต้น ผู้ผลิตสี และผู้ใช้รายใหญ่ซึ่งเป็นลูกค้า ทั้งภาคอุตสาหกรรม และผู้ใช้ขั้นปลาย อาทิ BYD, Xiaomi, COSCO, SANY และ CRRC ซึ่งอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์เดียวกัน รวมถึงใกล้ เขตเศรษฐกิจปากแม่น้ำแยงซี ช่วยลดต้นทุนการส่งออก เสริมความรวดเร็วในการจัดหาสารเคมี และตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้
ปัจจุบัน Allnex จึงวางกลยุทธ์มุ่งเน้น การลงทุนศูนย์ R&D เพื่อพัฒนานวัตกรรมร่วมกับลูกค้ารายใหญ่ทั้งในจีนและระดับโลกอย่างใกล้ชิด และยกระดับอัตรากำไรผ่านการปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์ โดยเน้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ที่ต้องมีสารเคลือบกันน้ำ ซึ่งมีมาร์จิ้นสูง นอกเหนือ EV แบตเตอรี และเครื่องจักรกลหนักที่จีนส่งออกเป็นจำนวนมาก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
