"สภาพัฒน์"ชี้ 4 เงื่อนไขสำคัญพ.ร.ก. กู้เงินฯ

สำนักงานสภาพัฒนการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) หรือสภาพัฒน์ เผยแพร่ในรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 1 ปี 2569 และแนวโน้มปี 2569 เกี่ยวกับพ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ฯ วงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพและลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ให้แก่ประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการให้สามารถประกอบอาชีพและดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง วงเงิน 200,000 ล้านบาท และเพื่อรองรับ
การปรับโครงสร้างพลังงานระยะยาว โดยลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าและรองรับเศรษฐกิจพลังงานสะอาด วงเงิน 200,000 ล้านบาทนั้น
สภาพัฒน์ระบุว่าเงื่อนไขสำคัญของพ.ร.ก.เงินกู้ฯ คือ
1. จะต้องระบุเหตุผล ความจำเป็น กรอบวงเงิน และแผนงานโครงการอย่างชัดเจน เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้
2.ให้กู้เงินเท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงขีดความสามารถในการชำระคืนหนี้ของรัฐบาล
3.แผนงาน/ โครงการจะต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการใช้เงินกู้และเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ
4. กระทรวงการคลังต้องรายงานการกู้เงินให้รัฐสภารับทราบ ภายใน 60 วันหลังสิ้นปีงบประมาณ โดยต้องระบุรายละเอียดของการกู้เงิน วัตถุประสงค์
ของการใช้จ่ายเงินกู้ รวมถึงผลสัมฤทธิ และประโยชน์ที่ได้รับ
สำหรับกรอบระยะเวลา หรือ ไทม์ไลน์ของพ.ร.ก.เงินกู้ฯ นั้นสภาพัฒน์คาดว่าจะเริ่มกู้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 และวันที่ 26-30 มิถุนายน 2569 รัฐบาลจะชี้แจงรายละเอียดและเหตุผลความจำเป็นของ พ.ร.ก. กู้เงินฯ ต่อรัฐสภา (ส.ส./ส.ว.) โดยสภาพัฒน์คาดการณ์ภายใต้เงื่อนไขการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญภายใน 45 วัน
ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องพ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาทไว้พิจารณาวินิจฉัยเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
