"กัมพูชาวิกฤต" ขาดก๊าซหุงต้ม รายใหญ่หยุดขาย 1 เม.ย.

กัมพูชากำลังเผชิญภาวะขาดแคลนก๊าซหุงต้ม หรือ LPG หลังซัพพลายจากต่างประเทศหยุดชะงักจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้รัฐบาลต้องออกมาตรการเร่งด่วน ทั้งการขอความร่วมมือประชาชนลดการใช้ก๊าซ และหันไปใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าแทน
สถานการณ์ยิ่งตึงตัวขึ้น หลังบริษัท Sokimex (โซกิเม็กซ์) หนึ่งในผู้จัดหาพลังงานรายใหญ่ของประเทศ ประกาศเตรียมหยุดจ่าย LPG ชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน หากยังไม่สามารถหาแหล่งนำเข้าใหม่ได้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเหมืองแร่และพลังงานของกัมพูชายืนยันว่า ขณะนี้เชื้อเพลิงประเภทอื่น เช่น น้ำมันเครื่องบิน เบนซิน และดีเซล ยังมีเพียงพอ แม้ต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวดมากขึ้น แต่ยอมรับว่า LPG เป็นพลังงานที่มีข้อจำกัดมากที่สุด
LPG ถือเป็นพลังงานสำคัญในหลายภาคส่วน ทั้งอุตสาหกรรม ร้านอาหารขนาดใหญ่ รวมถึงการขนส่ง เช่น รถแท็กซี่และรถตุ๊กตุ๊ก ทำให้รัฐบาลต้องจัดลำดับความสำคัญในการใช้งาน พร้อมเร่งเจรจากับประเทศในอาเซียน เพื่อหาช่องทางนำเข้าเพิ่มเติม
แม้จะมีผู้ประกอบการนำเข้า LPG อยู่ 7 ราย และบางส่วนยังสามารถนำเข้าได้ในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน แต่ภาครัฐยอมรับว่าสถานการณ์ยังไม่แน่นอน และต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน รัฐบาลพยายามสกัดพฤติกรรมกักตุนสินค้า โดยยืนยันว่าประเทศยังมีแหล่งซัพพลายอื่นรองรับ และขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก
ผลกระทบเริ่มสะท้อนชัดในระดับผู้บริโภค โดยคนขับรถตุ๊กตุ๊กในเมืองสีหนุวิลล์ระบุว่า ราคาก๊าซพุ่งจากระดับปกติราว 1,500–1,600 เรียลต่อลิตร ขึ้นมาเกิน 3,000 เรียล ทำให้ต้องประหยัดการใช้งานมากขึ้น ขณะที่ร้านอาหารเองก็เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มสูง
ด้านกระทรวงพาณิชย์กัมพูชาระบุว่า ราคาน้ำมันในประเทศยังคงปรับเพิ่มตามตลาดโลก ล่าสุด เบนซินอยู่ที่ 5,400 เรียลต่อลิตร และดีเซล 6,700 เรียลต่อลิตร
อย่างไรก็ตาม เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน รัฐบาลได้ปรับลดภาษีน้ำมันหลายรายการเหลือศูนย์ และลดภาษีมูลค่าเพิ่มบางส่วน เพื่อพยุงราคาพลังงานในประเทศ
วิกฤตครั้งนี้สะท้อนความเปราะบางของระบบพลังงานในภูมิภาค ที่ยังพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก และยิ่งตอกย้ำว่าความมั่นคงด้านพลังงานกำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของเศรษฐกิจอาเซียนในระยะยาว