รีเซต

"โอ้กะจู๋" ปิดสาขาลาดพร้าว ปรับกลยุทธ์-เร่งเปลี่ยนเกม

"โอ้กะจู๋" ปิดสาขาลาดพร้าว ปรับกลยุทธ์-เร่งเปลี่ยนเกม
TNN ช่อง16
14 กรกฎาคม 2569 ( 13:18 )
18

เพจเฟซบุ๊ก "โอ้กะจู๋" ประกาศปิดให้บริการ สาขา Design Village ลาดพร้าว (DV002 Ladprao) โดยจะเปิดให้บริการเป็นวันสุดท้ายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 พร้อมระบุข้อความตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่าน ที่ให้โอ้กะจู๋ได้เป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหาร รอยยิ้ม และความทรงจำดี ๆ ของคุณเสมอมา พร้อมกันนี้ บริษัทแจ้งว่าลูกค้ายังสามารถใช้บริการที่สาขาใกล้เคียง ซึ่งยังคงให้บริการตามปกติ

การปิดสาขาครั้งนี้ อาจดูเหมือนเป็นเพียงการปิดร้านอาหารหนึ่งสาขา แต่เมื่อพิจารณาร่วมกับทิศทางธุรกิจของบริษัท จะเห็นว่านี่อาจเป็นส่วนหนึ่งของการปรับยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ มากกว่าจะเป็นเพียงปัญหาของทำเลใดทำเลหนึ่ง

บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) เริ่มชะลอการขยายสาขาของแบรนด์โอ้กะจู๋มาตั้งแต่ปี 2567 และหันไปเพิ่มน้ำหนักให้กับแบรนด์ใหม่ในเครือ เพื่อกระจายฐานลูกค้าและลดการพึ่งพาธุรกิจร้านอาหารขนาดใหญ่เพียงรูปแบบเดียว

ตัวเลขผลประกอบการสะท้อนแรงกดดันได้ชัดเจน แม้รายได้ปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2,744 ล้านบาท หรือเติบโตราวร้อยละ 12 จากปีก่อน แต่กำไรสุทธิลดลงจากประมาณ 202 ล้านบาท เหลือเพียง 70 ล้านบาท หรือลดลงประมาณร้อยละ 65

ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจไม่มีลูกค้า เพราะรายได้ยังเติบโต แต่สะท้อนว่ายอดขาย กำลังเปลี่ยนเป็นกำไรได้น้อยลง ซึ่งอาจมาจากต้นทุนการดำเนินงาน ค่าแรง วัตถุดิบ ค่าเช่าพื้นที่ รวมถึงค่าใช้จ่ายจากการลงทุนและเปิดตัวธุรกิจใหม่

สำหรับโอ้กะจู๋ โมเดลร้านดั้งเดิมมีจุดเด่นอยู่ที่ร้านขนาดใหญ่ เมนูหลากหลาย และการสร้างประสบการณ์รับประทานอาหารร่วมกัน แต่ร้านรูปแบบนี้ต้องใช้พื้นที่ พนักงาน และเงินลงทุนสูง หากจำนวนลูกค้าหรือยอดใช้จ่ายต่อโต๊ะไม่เพียงพอ ต้นทุนคงที่จะกลายเป็นแรงกดดันต่อกำไรทันที

ขณะเดียวกัน พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนไปสู่ร้านที่เข้าถึงง่าย ราคาไม่สูงมาก รับประทานได้รวดเร็ว และสั่งผ่านบริการจัดส่งได้สะดวก บริษัทจึงเริ่มขยายพอร์ตไปยัง Oh! Juice ร้านเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ, JOE WINGS ธุรกิจไก่ทอด, โอ้กะจู๋ Wrap & Roll และ Grill & Ground เพื่อเข้าถึงลูกค้าในหลายช่วงราคาและหลายโอกาสการบริโภค

การปิดสาขาลาดพร้าวจึงอาจตีความได้ว่าเป็นการคัดเลือกสาขา หรือบริหารพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยลูกค้าในบริเวณดังกล่าวยังสามารถใช้บริการสาขาใกล้เคียง 

ดังนั้น ประเด็นสำคัญอาจไม่ใช่ว่าโอ้กะจู๋กำลังถอยหรือไม่ แต่คือบริษัทกำลังเปลี่ยนจากยุคเร่งเปิดสาขา ไปสู่ยุคบริหารกำไรและกระจายความเสี่ยงหรือไม่ ท่ามกลางกำลังซื้อที่เปราะบางและการแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารที่รุนแรงขึ้น

การปิดหนึ่งสาขาจึงยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าโอ้กะจู๋กำลังเผชิญวิกฤต แต่เป็นสัญญาณที่ต้องจับตาว่า บริษัทกำลังรื้อโครงสร้างการเติบโต จากการเน้นจำนวนสาขา ไปสู่การสร้างพอร์ตอาหารหลายแบรนด์ เพื่อให้รายได้ที่เพิ่มขึ้นกลับมาเปลี่ยนเป็นกำไรได้มากขึ้นอีกครั้ง 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง