รีเซต

ส่งวิญญาณไร้ญาติสู่ภพภูมิที่ดี พลังศรัทธาจิตอาสาทั่วสารทิศ ร่วมมหากุศล 'พิธีฌาปนกิจศพไร้ญาติ' มูลนิธิไตรคุณธรรม ชลบุรี

ส่งวิญญาณไร้ญาติสู่ภพภูมิที่ดี พลังศรัทธาจิตอาสาทั่วสารทิศ ร่วมมหากุศล 'พิธีฌาปนกิจศพไร้ญาติ' มูลนิธิไตรคุณธรรม ชลบุรี
TNN ช่อง16
4 พฤษภาคม 2569 ( 19:43 )

PhotoStory - จิตอาสาจากทั่วสารทิศที่มีจิตศรัทธาร่วมพิธีฌาปนกิจศพไร้ญาติ ที่ มูลนิธิไตรคุณธรรม (ซำเต็กไท้) จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในพิธีล้างป่าช้า เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ดวงวิญญาณไร้ญาติ ให้ได้รับความสงบสุขและไม่เป็นวิญญาณเร่ร่อนตามความเชื่อ

โดยพิธีฌาปนกิจศพไร้ญาติ เป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของพิธีล้างป่าช้า ในงานมหากุศลเก็บศพไร้ญาติครั้งที่ 4 มูลนิธิไตรคุณธรรม (ซำเต็กไท้) ชลบุรี ปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 มีนาคม ถึง 16 พฤษภาคม 2569 รวม 64 วัน กว่า 2,484 ร่าง แบ่งเป็น ชาย 1,926 ร่าง , หญิง 363 ร่าง , โครงกระดูก 88 ร่างและเด็ก 107 ร่าง ก่อนทำพิธีฝังกลบเถ้ากระดูกเป็นขั้นตอนสุดท้าย

เมื่อเอ่ยถึงการ "ล้างป่าช้า" คำนี้หลายคนอาจรู้สึกขนลุกหรือนึกถึงความน่ากลัวของสุสานในยามค่ำคืน แต่สำหรับสายบุญและเหล่าอาสาสมัคร กิจกรรมนี้คือ "มหากุศล" ครั้งใหญ่ที่เปี่ยมไปด้วยความศรัทธาและการเสียสละที่หาได้ยากในสังคมปัจจุบัน

พิธีล้างป่าช้า หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า "งานเก็บศพไร้ญาติ" มักจัดขึ้นโดยมูลนิธิการกุศลต่างๆที่มารวมตัวกันเพื่อ วัตถุประสงค์หลักคือการขุดศพที่ไม่มีญาติมาประกอบพิธีทางศาสนา เพื่อส่งวิญญาณเหล่านั้นไปสู่ภพภูมิที่ดี และเป็นการทำความสะอาดพื้นที่สุสานเพื่อรองรับศพใหม่ต่อไป ซึ่งมีขั้นตอนพิธีหลักๆในการเปิดป่าแต่ละที ได้แก่ 


  1. การอัญเชิญองค์เทพ: เพื่อขออนุญาตเจ้าที่เจ้าทางและเปิดทางให้การทำงานราบรื่น
  2. การขุดศพ: อาสาสมัครจะช่วยกันขุดดินเพื่อนำโครงร่างขึ้นมา
  3. การทำความสะอาดกระดูก: นำกระดูกมาเรียงต่อกันให้ครบถ้วน ชำระล้างให้สะอาดด้วยน้ำสะอาดและน้ำหอม
  4. พิธีฌาปนกิจ: นำอัฐิที่ทำพิธีแล้วไปเผาและสวดส่งวิญญาณตามความเชื่อ

โดยที่ขาดไม่ได้คือคน เบื้องหลังงานบุญที่ดูน่าสะพรึงกลัวนี้ คือกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า "จิตอาสา" ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี พวกเขามาจากหลากหลายอาชีพ ตั้งแต่นักธุรกิจ พนักงานออฟฟิศ ไปจนถึงชาวบ้านธรรมดา ต่างเสียสละเวลาและกำลังกาย ในการร่วมงานพิธีล้างป่าช้าที่ใช้เวลาแต่ละครั้งตั้งแต่ต้นจนจบงานฌาปนกิจกินเวลาหลายวันไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องคลุกคลีกับดิน กลิ่น และความเหนื่อยล้าท่ามกลางแดดร้อนจัดเป็นเวลาหลายสัปดาห์

จิตอาสาต้องสัมผัสกับโครงกระดูกหรือร่างที่เหลือเพียงซากโดยไม่มีความรังเกียจ แต่ทำด้วยความเมตตาและเคารพในความเป็นมนุษย์ ด้านค่าตอบแทนที่จะได้รับไม่ใช่เงินทองแต่คือ "ความสุขทางใจ" สิ่งที่ได้กลับไปคือความรู้สึกที่ได้เป็นผู้ให้ และการได้เห็นคุณค่าของชีวิตผ่าน "มรณสติ"

พิธีล้างป่าช้า ตามความเชื่อทุกคนต่างเชื่อกันว่าการจัดการศพไร้ญาติเป็นบุญใหญ่ เพราะเป็นการสงเคราะห์ดวงวิญญาณที่โดดเดี่ยวที่สุด อาสาสมัครที่มาร่วมพิธีจะได้พบเจอกับสังคมที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันโดยไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ และการได้เห็นร่างที่ไร้วิญญาณเตือนสติว่า สุดท้ายแล้วมนุษย์ทุกคนก็เหลือเพียงเถ้าถ่าน ทำให้ผู้ที่มาช่วยงานเปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิตให้ประมาทน้อยลง

พิธีล้างป่าช้า จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความเชื่อหรือพิธีกรรมโบราณ แต่เป็นพื้นที่ที่แสดงให้เห็นถึง "พลังแห่งจิตอาสา" ที่เข้มแข็ง ในแต่ละปีเราจะเห็นภาพคนหนุ่มสาวจนถึงผู้สูงอายุร่วมแรงร่วมใจกันอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย การเสียสละของพวกเขาเหล่านี้คือเครื่องพิสูจน์ว่า ท่ามกลางโลกที่เร่งรีบ ความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ (แม้จะเป็นผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว) ยังคงเป็นน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจที่งดงามที่สุดในสังคมไทยเสมอ

ภาพโดย: ธนาชัย ประมาณพาณิชย์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง