รีเซต

CEO ไฟเซอร์ชี้ ควรฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นทุกปี ดีกว่าฉีดบ่อยๆ

CEO ไฟเซอร์ชี้ ควรฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นทุกปี ดีกว่าฉีดบ่อยๆ
มติชน
24 มกราคม 2565 ( 07:28 )
30
CEO ไฟเซอร์ชี้ ควรฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นทุกปี ดีกว่าฉีดบ่อยๆ

นายอัลเบิร์ต บูร์ลา ซีอีโอของบริษัทไฟเซอร์ให้สัมภาษณ์ว่า การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเป็นประจำทุกปี น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นบ่อยๆ เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19

 

แม้ว่าวัคซีนของไฟเซอร์/ไบโอเทคจะแสดงให้เห็นว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันอาการป่วยหนักและการเสียชีวิตเนื่องจากไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน แต่ยังคงมีประสิทธิภาพไม่มากนักในการป้องกันการติดเชื้อจากไวรัสกลายพันธุ์ดังกล่าว

 

อย่างไรก็ดีโอมิครอนยังเป็นสาเหตุที่ทำให้พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทั่วโลก เป็นเหตุให้ในหลายประเทศได้เร่งการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น หรือไม่ก็ย่นระยะห่างระหว่างการฉีดวัคซีนแต่ละเข็ม เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน

 

ในการให้สัมภาษณ์กับเอ็น12 นิวส์ของอิสราเอล เมื่อถูกถามว่าเขาคิดว่าอะไรจะดีกว่ากันระหว่างการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นทุกๆ 4-5 เดือนหรือฉีดเป็นประจำ นายบูร์ลากล่าวว่า “ไม่มีสิ่งใดที่จะเรียกได้ว่าเป็นแผนการที่ดี แต่สิ่งที่ผมหวังคือเราจะมีวัคซีนที่คุณสามารถที่จะฉีดมันแค่ปีละครั้ง เพราะการฉีดวัคซีนปีละครั้งสามารถโน้มน้าวให้ผู้คนทำได้ง่ายกว่า และมันยังง่ายสำหรับการจดจำด้วย”

 

บูร์ลากล่าวว่าสำหรับมุมมองทางด้านสาธารณสุขแล้วนั่นคือสถานการณ์ที่ควรจะเป็น แต่เรากำลังดูว่าเราสามารถที่จะสร้างวัคซีนที่จะครอบคลุมไวรัสกลายพันธุ์โอมิครอนและไม่ลืมไวรัสกลายพันธุ์อื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นอีก นั่นเป็นวิธีแก้ปัญหา

 

ซีอีโอของไฟเซอร์กล่าวด้วยว่า วัคซีนที่มีการปรับปรุงและผลิตขึ้นเพื่อรับมือกับไวรัสกลายพันธุ์โอมิครอน น่าจะพร้อมสำหรับการยื่นเอกสารขออนุญาตและการผลิตเป็นจำนวนมากได้ในเร็วที่สุดคือเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งเป็นกรอบเวลาเดิมที่เขาเคยให้สัมภาษณ์มาก่อนหน้านี้

 

จากข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (ซีดีซี) ระบุว่า การฉีดวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอเข็ม 3 เป็นกุญแจสำคัญในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโอมิครอน เนื่องจากจะทำให้สามารถป้องกันการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลได้ถึง 90%

 

ขณะที่ผลการศึกษาเบื้องต้นซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่โดยศูนย์การแพทย์ชีบาของอิสราเอลที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ก่อนพบว่า การฉีดวัคซีนเข็ม 4 สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้สูงกว่าเข็ม 3 แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะป้องกันการติดเชื้อโอมิครอน อย่างไรก็ดียังคงแนะนำให้มีการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นในกลุ่มเสี่ยง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง