รีเซต

ทรัมป์นำทัพ CEO เยือนจีน ผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกมีใครไปด้วยบ้าง ทรัมป์-สี เตรียมคุยอะไรกัน ?

ทรัมป์นำทัพ CEO เยือนจีน ผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกมีใครไปด้วยบ้าง ทรัมป์-สี เตรียมคุยอะไรกัน ?
TNN ช่อง16
12 พฤษภาคม 2569 ( 12:47 )

การเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในสัปดาห์นี้ ถือเป็นเหตุการณ์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปีสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจโลกที่ก่อนหน้านี้ มีความสัมพันธ์ที่ทั้งแข่งขัน และสงครามทางการค้าอยู่บ่อยครั้ง

แต่การเยือนรอบนี้ กลับน่าจับตา เพราะทรัมป์ไม่ได้ไปเยือนเพียงคนเดียว แต่ยังขนทัพ CEO นักธุรกิจระดับโลก ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของสหรัฐฯ เข้าร่วมด้วย CEO เหล่านั้นมีใครบ้าง และการหารือระหว่าง 2 ชาติมีประเด็นอะไร ?

การเยือนกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ของโดนัลด์ ทรัมป์ ปธน.สหรัฐฯ ตามคำเชิญ ของ ปธน.สี จิ้นผิง ของจีน จะเกิดขึ้น 3 วัน ระหว่างวันที่ 13-15 พฤษภาคมนี้ โดยถือเป็นการเยือนจีนในรอบ 9 ปี ของทรัมป์ นับตั้งแต่ปี 2017 

สิ่งที่ได้รับความสนใจไม่เพียงแค่การพบปะระหว่างผู้นำประเทศมหาอำนาจ แต่ยังเป็นการที่ทรัมป์ได้เชิญ CEO และผู้บริหารถึง 17 คน ที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และโลก เดินทางไปด้วย อย่าง Elon Musk CEO Tesla และ SpaceX ผู้มีบทบาทสำคัญทั้งในด้านรถยนต์ไฟฟ้า อวกาศ และความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลทรัมป์, Tim Cook CEO Apple ตัวแทนของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่พึ่งพาห่วงโซ่อุปทานในจีนอย่างมหาศาล, Larry Fink จาก CEO BlackRock ผู้นำโลกการเงินและการบริหารสินทรัพย์ 

รวมถึง CEO จากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง

David Solomon — ซีอีโอ Goldman Sachs

Steve Schwarzman — ผู้ก่อตั้ง Blackstone

Cristiano Amon — ซีอีโอ Qualcomm

Kelly Ortberg — ซีอีโอ Boeing

Jane Fraser — ซีอีโอ CitiGroup

Michael Miebach — ซีอีโอ Mastercard

Ryan McInerney — ซีอีโอ Visa

H. Lawrence Culp Jr. — ซีอีโอ General Electric

Sanjay Mehrotra — ซีอีโอ Micron

Dina Powell McCormick — ผู้บริหาร Meta

Brian Sikes — ซีอีโอ Cargill

Jim Anderson — ซีอีโอ Coherent

Jacob Thaysen — ซีอีโอ Illumina

Chuck Robbins — ซีอีโอ Cisco 


รายชื่อเหล่านี้ต่างก็ครอบคลุมธุรกิจทั้งการเงิน เทคโนโลยีชิป การบิน ไปจนถึงเกษตรกรรม แต่ถึงอย่างนั้น Chuck Robbins CEO Cisco หนึ่งในนักธุรกิจที่ได้รับคำเชิญนั้น ไม่สามารถไปร่วมทริปได้ด้วยปัญหาตารางงาน 

ประเด็นที่ผู้นำทั้งสองจะหยิบยกขึ้นมาคุยกันนั้นล้วนเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพโลกในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตสงครามอิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซ ที่คาดว่าทรัมป์ต้องการกดดันให้จีน ซึ่งเป็นลูกค้าน้ำมันรายใหญ่ของอิหร่าน ช่วยเป็นคนกลางเจรจาเพื่อยุติสงคราม เพราะจีนเองก็ได้รับความเดือดร้อนจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นซึ่งกระทบต่อภาคการผลิตและการส่งออกของตนอย่างหนัก 

สงครามการค้าและภาษีนำเข้า ที่ทั้งสองฝ่ายอยู่ในช่วงพักรบทางการค้าที่เปราะบาง หลังจากเคยมีการตั้งภาษีตอบโต้กันสูงถึง 100% รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการควบคุมการส่งออก ซึ่งสหรัฐฯ มีความกังวลเรื่องการขโมยเทคโนโลยี AI และข้อพิพาทเรื่องการซื้อขายชิปประสิทธิภาพสูง ขณะที่จีนต้องการเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อพัฒนา "กำลังการผลิตใหม่" (New Productive Forces) และอีกประเด็นระหว่างประเทศที่สำคัญคือ ประเด็นไต้หวัน ที่มีการวิเคราะห์ว่า จีนอาจพยายามผลักดันให้สหรัฐฯ ใช้ถ้อยคำที่รุนแรงขึ้นในการ "คัดค้าน" การแยกตัวเป็นเอกราชของไต้หวัน แทนที่จะใช้เพียงคำว่าไม่สนับสนุน

นอกจากนี้ยังมีการประเมินว่า สิ่งที่น่าจับตาคือ ข้อตกลง "ชิปแร่หายาก" ที่จีนครองตลาด แร่ Rare Earth อยู่ถึง 90% ไปถึงบทบาทสันติภาพ ในการเป็นคนกลางระหว่างอิหร่าน และสหรัฐฯ ของจีน ซึ่งจีนก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับอิหร่าน และรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเพิ่งเยือนปักกิ่งไปไม่นานมานี้ ไปถึงการพาทรัมป์เนี่ยมชม หอสักการะฟ้าเทียนถาน ซึ่งถือเป็นการให้เกียรติทรัมป์อย่างสูง ว่าจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ในอนาคตหรือไม่ 

แต่สิ่งที่สื่อต่างประเทศเองก็จับตา คือการหากไปของ Nvidia ที่ CEO อย่างเจนเซน ฮวง ไม่ได้ไปร่วมคณะ อาจหมายถึงการเจรจาเรื่องเซมิคอนดักเตอร์ที่ยังไม่ลงตัวด้วย

ถึงอย่างนั้นการเยือนครั้งนี้ จากรายชื่อผู้เข้าร่วมก็เรียกได้ว่าเป็นการพูดคุยครั้งสำคัญ ที่สำคัญต่อการเมืองระหว่างประเทศ และเศรษฐกิจโลก และผลลัพธ์ที่ได้อาจกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีน และชะตากรรมของเศรษฐกิจโลก ว่าจะมีการร่วมมือ และคลายความตรึงเครียด หรือโลกอาจต้องเตรียมรับมือกับยุคสมัยแห่งความผันผวนที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง