"สภาทองคำโลก" แนะเพิ่มลงทุนทองคำเข้าพอร์ต

สภาทองคำโลก หรือ WGC ได้เปิดเผยรายงาน Gold as a Strategic Asset 2026 edition ที่ชี้ว่าทองคำมีข้อดีพิเศษหลายอย่าง ได้แก่ ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนระยะยาว การกระจายความเสี่ยง และการเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่อง คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ทองคำเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ยอดเยี่ยมในการเสริมหุ้นและพันธบัตร โดยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือกับความเสี่ยงในวงจรการลงทุนของสินทรัพย์ต่าง ๆ
สำหรับนักลงทุนในประเทศไทยที่พอร์ตการลงทุนมีความเสี่ยงมากขึ้นจากความผันผวนของตลาดโลก ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ รายงานจากสภาทองคำโลกนี้ ได้ตอกย้ำถึงบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ระยะยาวมากกว่าการจัดสรรเชิงกลวิธีระยะสั้น
ในขณะที่เศรษฐกิจโลกก้าวเข้าสู่ปี 2569 ไม่มีใครสามารถคาดการณ์อนาคตได้แน่ชัด สิ่งเดียวที่ยังคงที่คือความไม่แน่นอนที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ การประเมินสินทรัพย์จึงต้องคำนึงถึงบริบททางการเงินที่กว้างขึ้นด้วย นอกเหนือจากเพียงผลตอบแทนและกำไร
สัดส่วนการถือครองทองคำที่ เหมาะสมที่สุด สำหรับนักลงทุนไทยนั้นแตกต่างกันไปตามการตัดสินใจจัดสรรสินทรัพย์ของแต่ละบุคคล โดยรวม บทวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่ายิ่งพอร์ตการลงทุนมีความเสี่ยงสูงในแง่ของความผันผวนเท่าไหร่ ก็จำเป็นต้องจัดสรรเงินลงทุนในทองคำให้มากขึ้นเท่านั้น เพื่อชดเชยความเสี่ยงดังกล่าว
นายเซาไก ฟาน (Shaokai Fan) หัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) และหัวหน้าฝ่ายธนาคารกลางระดับโลก ของสภาทองคำโลก กล่าวว่า ทองคำได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาว กระจายความเสี่ยง และให้สภาพคล่องแก่นักลงทุน ทำให้เป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่เหมาะกับนักลงทุนไทยที่ต้องการรับมือกับความผันผวนของตลาด รายงานการวิเคราะห์ของเราเผยให้เห็นว่าการจัดสรรสัดส่วนการลงทุนในทองคำ 2.5% ถึง 10% ในช่วงระยะเวลา 3, 5 และ 20 ปี ช่วยเพิ่มผลตอบแทนและรับมือกับความเสี่ยง อีกทั้งยังช่วยลดการขาดทุนจำนวนมาก ผลการศึกษาเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าทองคำยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะเครื่องมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระยะยาวของพอร์ตการลงทุนอีกด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
