ผู้ป่วยโควิดเสี่ยงติดเชื้อรา...ฤทธิ์ถึงตาย

ผู้ป่วยโควิดเสี่ยงติดเชื้อรา...ฤทธิ์ถึงตาย
TNN World
10 พฤษภาคม 2564 ( 21:54 )
80
ผู้ป่วยโควิดเสี่ยงติดเชื้อรา...ฤทธิ์ถึงตาย

 

ข่าววันนี้ ข่าวร้ายที่จะยิ่งทำให้ผู้ป่วยโควิด-19 เสี่ยงหนักขึ้นไปอีก เมื่อแพทย์อินเดียพบ ‘การติดเชื้อรา’ ในผู้ป่วยที่กำลังรักษา หรือหายจากโควิดแล้ว ซึ่งเมื่อเป็นแล้วอาจต้องสูญเสียดวงตา หรือร้ายแรงคือเสียชีวิต หากรักษาไม่ทันท่วงที

 

 

เชื้อราดำในผู้ป่วยโควิด

 


แพทย์อินเดียพบ “เชื้อราดำ” ซึ่งเป็นการติดเชื้อที่หายากมาก ในผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่กำลังรักษาตัว หรือหายป่วยจากโควิดแล้วหลายราย

 


การติดเชื้อรา หรือ Mucormycosis เป็นลักษณะการติดเชื้อที่หายากมาก ปกติแล้ว จะเจอในคนที่ไปสัมผัสกับ ‘รา’ ที่พบตามดิน พืช มูลสัตว์ และผลไม้และผักที่กำลังเน่าเสีย 

 


การติดเชื้อรา เกิดขึ้นได้ในไซนัส หรือโพรงอากาศที่อยู่รอบโพรงจมูกซ้ายขวาของมนุษย์ รวมถึงติดได้ในสมองและปอด เมื่อติดเชื้อแล้ว จะมีอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะกับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน และผู้ป่วยที่ภูมิคุ้นกันต่ำ อย่างผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้ติดเชื้อ HIV หรือโรคเอดส์

 


ติดแล้วมีโอกาสเสียชีวิตสูงถึง 50% 

 


แพทย์เชื่อว่า ‘การติดเชื้อรา’ ในผู้ป่วยโควิด อาจเป็นผลจากการใช้สเตียรอยด์ วิธีการรักษาสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหนักหรืออาการร้ายแรง โดย ‘การติดเชื้อรา’ มีโอกาสเสียชีวิตสูงถึง 50% 

 


เมื่อติดเชื้อราแล้ว ผู้ป่วยจะมีอาการคัดจมูก เลือดออกในจมูก อาการตาบวมและเจ็บตา เปลือกตาหย่อน เริ่มมองอะไรไม่เห็น จนท้ายสุดสูญเสียการมองเห็นของตาข้างนั้นไป ไม่เพียงเท่านั้น ยังสังเกตได้จากผิวหนังบริเวณจมูกเริ่มคล้ำดำ

 


ผู้ป่วยโควิดที่ติดเชื้อรา มักจะสูญเสียการมองเห็นไปแล้ว จึงค่อยเดินทางมาพบแพทย์ ซึ่งสายเกินไป แพทย์ทำได้คือผ่าตาออก เพื่อยับยั้งการติดเชื้อไม่ให้ลุกลามเข้าไปถึงสมอง

 


การรักษานั้น ก็ไม่ถูกเลย เพราะยาฉีดสำหรับต้านการติดเชื้อรามีราคาโดสละเกือบ 1,500 บาท และต้องฉีดทุกวัน นานถึง 8 สัปดาห์ หรือคอร์สรักษาหนึ่ง แค่ค่ายาฉีดก็สูงถึง 84,000 บาทแล้ว 

 


ผลข้างเคียงกระบวนการรักษาโควิด-19

 


การใช้สเตียรอยด์ช่วยลดอาการอักเสบในปอด และยับยั้งบาดแผลที่อาจเกิดขึ้น ระหว่างที่ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายกำลังต้านทานโควิด-19 แต่ในขณะเดียวกัน สเตียรอยด์ก็ลดภูมิคุ้มกันลง และเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งกับผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานและไม่เป็นเบาหวาน จึงเป็นไปได้ว่า เมื่อภูมิคุ้มกันลดลง จึงเปิดช่องให้เกิดการติดเชื้อราได้

 


“เบาหวาน ลดภูมิคุ้มกันร่างกาย เมื่อติดโควิดแล้ว มันยิ่งรุนแรงขึ้น พอใช้สเตียรอยด์เพื่อต่อสู้กับโควิด-19 มันจึงเหมือนราดน้ำมันในกองเพลิง” ดอกเตอร์ อัคเชย์ นาอีร์ ศัลยแพทย์ด้านตา กล่าว

 


พบการติดเชื้อราทั่วอินเดีย

 


ดอกเตอร์ นาอีย์ ทำงานในโรงพยาบาล 3 แห่งของนครมุมไบ หนึ่งในเมืองที่กระทบหนักสุดจากการระบาดรอบ 2 เขาระบุว่า พบผู้ป่วยราว 40 คนที่เกิดอาการติดเชื้อรา เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลายคนเป็นผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานอยู่แล้ว และกำลังรักษาโควิดอยู่ที่บ้าน ในจำนวนนี้ เขาต้องผ่าตัดเอาตาที่ติดเชื้อราออก

 


ไม่เพียงแต่ดอกเตอร์ นาอีย์ แต่ช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ถึงกุมภาพันธ์ ศัลยแพทย์ตาอีก 6 คน ที่ทำงานใน 5 เมืองคือ มุมไบ บังกาลอร์ ไฮเดราบัด กรุงนิวเดลี และปูเน่ รายงานตัวเลขผู้ป่วยโควิดที่ติดเชื้อราทั้งหมด 58 ราย ส่วนใหญ่ติดเชื้อราในช่วง 12-15 วันหลังหายจากโควิด

 


ดอกเตอร์ เรนุกา บราดู ผู้อำนวยการแผนกหู จมูก และลำคอ ของโรงพยาบาลซิออนในนครมุมไบ รายงานการพบการติดเชื้อราอีก 24 รายใสช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ในจำนวนนี้ 11 คนสูญเสียตา และ 6 คนเสียชีวิต ผู้ป่วยของดอกเตอร์บราดู เป็นโรคเบาหวานมาก่อนและอยู่ในช่วงวัยกลางคน

 


ดอกเตอร์ ราหุล บาซิ นักเบาหวานวิทยาในนครมุมไบ เสนอว่า วิธีหนึ่งที่จะยับยั้งการติดเชื้อในผู้ป่วยโควิดได้ คือ การรักษาและการดูแลหลังการรักษา ต้องควบคุมปริมาณโดส และระยะเวลาการใช้สเตียรอยด์ให้ดี

 

 


เรื่อง : ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล
ภาพ : ZyGoLife Research Consortium

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง