“Great Barrier Reef” รอด ไม่ถูกขึ้นบัญชีมรดกโลกที่อยู่ในอันตราย

ร่างมติขององค์การยูเนสโก (UNESCO) ระบุว่า แนวปะการัง “เกรตแบร์ริเออร์รีฟ” ซึ่งเป็นระบบแนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก จะยังไม่ถูกบรรจุไว้ในรายชื่อแหล่งมรดกโลกที่ตกอยู่ในอันตราย ซึ่งนับเป็นข่าวที่รัฐบาลออสเตรเลียโล่งใจและปลื้มใจอย่างมาก
ก่อนหน้านี้ สหประชาชาติได้แสดง "ความกังวลอย่างยิ่ง" ต่ออนาคตของแนวปะการังแห่งนี้ จากปัญหาการฟอกขาวของปะการังในวงกว้างและผลกระทบที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ของยูเนสโกเคยเสนอให้ขึ้นทะเบียนเกรตแบร์ริเออร์รีฟเป็นแหล่งมรดกโลกที่ตกอยู่ในอันตราย เนื่องจากความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ
แต่คณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโก ซึ่งเผยแพร่ร่างรายงานเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ระบุว่า ออสเตรเลียกำลังดำเนินมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อแนวปะการังอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับปรุงคุณภาพน้ำ การบริหารจัดการประมงอย่างยั่งยืน และการควบคุมการแผ้วถางพื้นที่ป่า
แนวปะการังแห่งนี้ทอดตัวยาวกว่า 2,300 กิโลเมตร ตามชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ และถือเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของประเทศ โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนมากกว่า 2 ล้านคนต่อปี
รัฐบาลออสเตรเลียประเมินว่า เกรตแบร์ริเออร์รีฟสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 9,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี หรือมากกว่า 2 แสนล้านบาท และสนับสนุนการจ้างงานราว 77,000 ตำแหน่ง
ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวของออสเตรเลีย กล่าวว่า รัฐบาลยินดีต่อการตัดสินใจของยูเนสโกที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนแนวปะการังเป็นแหล่งมรดกโลกที่ตกอยู่ในอันตราย พร้อมทั้งยอมรับความพยายามของออสเตรเลียในการอนุรักษ์พื้นที่แห่งนี้
ภายใต้ร่างมติดังกล่าว ออสเตรเลียจะต้องจัดทำรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานการณ์ของแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟส่งให้ยูเนสโกอีกครั้งในปี 2028
เกรตแบร์ริเออร์รีฟได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกมาตั้งแต่ปี 1981 และเป็นถิ่นอาศัยของปะการังกว่า 400 ชนิด รวมถึงปลาทะเลมากกว่า 1,500 สายพันธุ์ แต่ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา แนวปะการังแห่งนี้เผชิญเหตุการณ์ปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่แล้ว 6 ครั้ง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังคงเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อแนวปะการังแห่งนี้ในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
