รีเซต

AI ดันรอบใหม่! หุ้นชิ้นส่วนไทย รับอานิสงส์ตามเทคโลก

AI ดันรอบใหม่!  หุ้นชิ้นส่วนไทย รับอานิสงส์ตามเทคโลก
TNN ช่อง16
22 พฤษภาคม 2569 ( 13:20 )
8

กระแส AI กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญรอบใหม่ของตลาดหุ้นโลก หลังบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีต่างเดินหน้าทุ่มงบลงทุนด้าน Data Center และชิปประมวลผล AI อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หุ้นเทคและหุ้นชิปทั่วโลกกลับมาคึกคักอีกครั้ง แรงส่งดังกล่าวเริ่มสะท้อนมายังตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อย่างหุ้น DELTA, HANA และ KCE ที่ถูกจับตาในฐานะหุ้นซึ่งอาจได้รับอานิสงส์จากวัฏจักร AI และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลกในรอบใหม่เช่นกัน 

 

ซึ่งแรงหนุนที่สำคัญในรอบนี้มาจากการฟื้นตัวของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิปและโครงสร้างพื้นฐาน AI หลังนักลงทุนเชื่อว่าเม็ดเงินลงทุนด้าน AI ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น นำโดยบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง NVIDIA, AMD, Microsoft และ Meta ที่เร่งลงทุน Data Center และระบบประมวลผลขั้นสูงต่อเนื่อง

 

ขณะเดียวกัน ภาพรวมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลกเริ่มส่งสัญญาณผ่านจุดต่ำสุด หลังความต้องการชิปสำหรับ AI, Cloud และ Data Center เติบโตแข็งแกร่ง ส่งผลให้ sentiment การลงทุนในหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกกลับมาฟื้นตัว และเริ่มส่งต่อแรงเก็งกำไรมายังหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของไทยด้วยเช่นกัน 

*ลงทุนด้าน AI ของโลกยังโตอีกมาก 


โดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่า หลายสำนักวิจัยทั่วโลกยังมองตรงกันว่า การลงทุนด้าน AI ของโลกยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดย World Semiconductor Trade Statistics (WSTS) เเละคาดว่ายอดขาย Semiconductor โลกปี 2569 จะเติบโตถึง 26% แตะระดับเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จากความต้องการชิปสำหรับ Data Center และ AI ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

 

ขณะที่ทีมวิจัย KGI Taiwan มองว่า AI Super Cycle ยังเดินหน้าต่อ และยังไม่เห็นสัญญาณชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่ม Server ที่ถูกมองว่าเป็นหัวใจสำคัญของยุค AI หลังบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เร่งเพิ่มงบลงทุน Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างต่อเนื่อง

 

ภาพดังกล่าวจึงไม่เพียงหนุนผู้ผลิตชิปโลก แต่ยังส่งผลบวกต่อ supply chain อิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก รวมถึงหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไทยที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและ Data Center ด้วยเช่นกัน 

***หุ้นเทคไทยรับอานิสงค์ 


แรงหนุนจากกระแส AI เริ่มสะท้อนมายังตลาดหุ้นไทยมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่กลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุน หลังหลายบริษัทมีความเชื่อมโยงกับ supply chain ด้านเทคโนโลยีและ Data Center ระดับโลก 

 

โดย บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ได้วิเคราะห์กลุ่มชิ้นส่วนอิเลคทรอนิคอย่างละเอียดดังนี้ 

 

-เจาะ DELTA ตัวแทนธีม AI ของไทย 

 

โดยหุ้น DELTA ผู้นำที่พุ่งทะยานด้วย Data Center จากการที่เป็นบริษัทที่มี Exposure ในกลุ่ม AI สูงที่สุดในไทย โดยมีสัดส่วนรายได้จากกลุ่ม AI ประมาณ 50-55% ของยอดขายทั้งหมด เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก สินค้าหลักๆ ได้แก่ อุปกรณ์ Power Management และโซลูชันทำความเย็น (Liquid Cooling) สำหรับ Data Center จากกลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่ม Hyperscalers อย่าง Meta, Amazon, Microsoft, Google และผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์รายใหญ่อย่าง Foxconn และ Quanta คาดการณ์ว่ายอดขายในรูปเงินบาทจะเติบโตถึง 34% และกำไรต่อหุ้น (EPS) อาจพุ่งสูงถึง 70%

 

อย่างไรก็ตาม ในเชิงมูลค่าหุ้น (Valuation) ปัจจุบันถือว่าค่อนข้างตึงตัว โดยมีการซื้อขายอยู่ที่ระดับเกือบ 3 Standard Deviation หรือมีค่า P/E สูงถึง 100 เท่า นักลงทุนจึงอาจต้องรอจังหวะราคาที่เหมาะสม

 

- HANA ฟื้นตามวัฏจักรชิป–ได้อานิสงส์ AI ทางอ้อม 

 

 เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวชัดเจนในปี 2569 หลังจากผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แม้ปัจจุบันมีรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ AI ในสัดส่วนที่น้อย (ประมาณ 5%) แต่มีสัญญาณฟื้นตัวจากกลุ่มอื่นตามการฟื้นตัวของลูกค้ายักษ์ใหญ่ในกลุ่มชิปอนาล็อก เช่น Texas Instruments และ STMicroelectronics ซึ่งคาดว่าจะกลับมาดีขึ้นในปีนี้ หลังซบเซามา 3 ปี 

 

โดยเฉพาะจากการปรับโครงสร้างการผลิตในเกาหลีใต้ที่เคยขาดทุนสูงถึงระดับพันล้านบาทต่อปี มีแนวโน้มลดลง และหันไปจ้างผลิตในจีนแทน นอกจากนี้ยังมี Upside เพิ่มเติมจากการร่วมทุนกับสตาร์ทอัพ Phononic ในการผลิตระบบระบายความร้อนสำหรับชิป (Direct-to-chip cooling) ซึ่งคาดว่าจะส่งผลบวกต่อกำไรในปี 2570 ประมาณ 5-10%

 

- KCE ฟื้นตัวด้วยการปรับราคาสินค้า

 

สำหรับ KCE ผู้ผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) แม้ยอดผลิตรถยนต์ทั่วโลกจะไม่เติบโตหวือหวา แต่คาดว่ายอดขายจะยังโตได้ประมาณ 5-10% จุดเด่นในปีนี้คือการฟื้นตัวของอัตรากำไร (Margin) เนื่องจากบริษัทสามารถผลักภาระต้นทุนทองแดงที่สูงขึ้นไปยังลูกค้าได้สำเร็จผ่านการปรับขึ้นราคาสินค้า 

 

ซึ่งช่วยให้ภาพรวมธุรกิจดูดีกว่าที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้ในช่วงแรกอย่างไรก็ตาม ปี 2569 ยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากราคาค่าทองแดงที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 21% ในช่วงครึ่งปีแรก และค่าเงินบาทที่แข็งค่าเป็นปัจจัยลบหลักที่ฉุดรั้งกำไร โดยปีนี้บริษัทฯตั้งเป้ายอดขายเติบโต 3-5% โดยหวังว่าการปรับราคาสินค้าและการใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation) จะช่วยให้อัตรากำไรฟื้นตัวได้ดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง

 

อย่างไรก็ตาม แม้กระแส AI จะยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดโลก แต่หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทยยังมีความเสี่ยงที่ต้องจับตา ทั้งจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ และแรงขายทำกำไรในหุ้นเทคที่ปรับขึ้นมามากแล้วในช่วงที่ผ่านมา

 

นอกจากนี้ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ยังเผชิญแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งอาจกระทบรายได้ส่งออก รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบเเละการขาดแคลนวัตถุดิบ  รวมถึงภัยธรรมชาติ, การปิดโรงงานนอกแผน, ลูกค้าเปลี่ยนไปสั่งสินค้าจาก Supplier รายอื่น, การจัดส่งล่าช้า  และการแข่งขันในอุตสาหกรรม Semiconductor ที่ยังรุนแรง ขณะที่บางบริษัทอาจยังไม่ได้รับประโยชน์จาก AI โดยตรง ทำให้การฟื้นตัวของกำไรอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท  

 

จึงทำให้แม้ภาพระยะยาวของ AI ยังสดใส แต่การลงทุนในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ยังต้องเลือกลงทุนรายตัว และติดตามทิศทางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลกอย่างใกล้ชิด

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง