“เนเน่ รอยัล” ปลุก Fan Economy จากภูเก็ตสู่ LA ลุ้นแชมป์ America’s Got Talent

ยิ่งใกล้รอบชิง America’s Got Talent Season 21 กระแสของ “เนเน่ รอยัล” หรือ แพรว-รัตติกานต์ อำลอย สาวไทยวัย 16 ปี ยิ่งขยายวงกว้าง หลังคว้า Live Golden Buzzer จาก Mel B ด้วยการแสดงเพลง “Black Hole Sun” ของ Soundgarden และผ่านเข้าสู่รอบชิงโดยตรง
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเพียงความนิยมในตัวศิลปิน แต่กำลังสะท้อนภาพของ “เศรษฐกิจพลังแฟนคลับ” หรือ Fan Economy เมื่อความสนใจในศิลปินสามารถต่อยอดไปสู่กิจกรรม การเดินทาง ร้านค้า การใช้ดาต้า สื่อ สตรีมมิ่ง และสินค้าเกี่ยวเนื่อง
“Nene Effect” จากภูเก็ต จุดเริ่มต้นเศรษฐกิจแฟนคลับ
ตัวอย่างเห็นได้ชัดอยู่ที่ ตลาดนาคา จ.ภูเก็ต หนึ่งในพื้นที่ที่แฟนคลับรวมตัวติดตามและให้กำลังใจเนเน่อย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก True Corporation ระบุว่า กระแสความสนใจส่งผลให้ปริมาณการใช้งานดาต้า 5G ในพื้นที่เพิ่มขึ้นถึง 49% และ 4G เพิ่มขึ้น 18% จนต้องเพิ่มความสามารถของเครือข่ายเพื่อรองรับการใช้งานที่สูงขึ้น
ภาพดังกล่าวทำให้เห็นว่า Fan Economy ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจากการซื้อสินค้าของศิลปิน แต่สามารถสร้างกิจกรรมต่อเนื่องตั้งแต่ การเดินทาง ร้านค้า ร้านอาหาร การจัดกิจกรรม การใช้โทรศัพท์และดาต้า ไปจนถึงธุรกิจสื่อและสตรีมมิ่ง
ยิ่งศิลปินมีฐานแฟนขนาดใหญ่และสามารถดึงแฟนให้เข้ามามีส่วนร่วมได้มากเท่าไร มูลค่าทางเศรษฐกิจก็ยิ่งมีโอกาสกระจายออกไปยังธุรกิจที่อยู่รอบตัวศิลปินมากขึ้น
จากภูเก็ตสู่ LA ลุยรอบชิง AGT
จากภูเก็ตบ้านเกิด กระแสของเนเน่กำลังเดินทางต่อไปยังลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 15 กันยายนนี้ เพื่อเตรียมขึ้นเวทีรอบชิง America’s Got Talent Season 21
รอบชิงกำหนดแข่งขันวันที่ 22 กันยายน ตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับช่วงเช้าวันที่ 23 กันยายนตามเวลาไทย โดยเนเน่เป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้าสู่รอบ Final โดยตรงจาก Golden Buzzer
ก่อนเดินทาง เนเน่ระบุว่าได้เตรียมตัวและฝึกซ้อมอย่างหนัก พร้อมทำผลงานให้ดีที่สุด และมีความมั่นใจในการขึ้นเวทีรอบชิง โดยโจทย์สำคัญหลังจากนี้คือการเปลี่ยนกระแสความนิยมให้กลายเป็น คะแนนโหวตจริงจากผู้ชมในสหรัฐฯ
สำหรับแฟนคลับในประเทศไทย สามารถติดตามการแข่งขันผ่าน TrueVisions และแพลตฟอร์ม TrueVisions NOW ตามช่องทางการถ่ายทอดที่ผู้ให้บริการกำหนด
ดึงแฟนร่วมทาย “เนเน่จะเล่นเพลงอะไร?” ในรอบ Final
กระแสแฟนคลับยังถูกต่อยอดผ่านกิจกรรมออนไลน์ ล่าสุด Nene Royal เปิดให้แฟนๆ ร่วมทายว่าเธอจะเลือกเพลงอะไรขึ้นแสดงในรอบ Final
ผู้ที่ทายชื่อเพลงถูกมีสิทธิ์ลุ้นรับ เสื้อ Nene Royal พร้อมลายเซ็น Full Signature จำนวน 10 รางวัล โดยจะประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 23 กันยายน
กิจกรรมลักษณะนี้เป็นอีกตัวอย่างของการสร้าง Fan Engagement เพราะแทนที่จะให้แฟนคลับเป็นเพียงผู้ติดตามการแข่งขัน กลับเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วมกับเรื่องราวก่อนถึงวันตัดสิน และช่วยรักษากระแสบนโซเชียลมีเดียให้ต่อเนื่องจนถึงรอบชิง
Polymarket ยก “เนเน่” เต็งหนึ่งแชมป์ AGT
อีกสัญญาณหนึ่งของกระแสเนเน่มาจากตลาดคาดการณ์ Polymarket ซึ่งอัตรามีการเปลี่ยนแปลงตามการซื้อขายตลอดเวลา
ข้อมูลที่ปรากฏในช่วงก่อนรอบชิงเคยให้ Nene Royal มีความน่าจะเป็นโดยนัยสูงถึงประมาณ 81% ขณะที่ Hundred Fingers ตามมาอยู่ที่ประมาณ 8% ทำให้เนเน่อยู่ในสถานะตัวเต็งอันดับหนึ่งของตลาด ณ ช่วงเวลานั้น
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจากตลาดคาดการณ์ ไม่ใช่ผลโหวตอย่างเป็นทางการหรือการรับประกันผลการแข่งขัน แต่สะท้อนมุมมองของผู้ซื้อขายในตลาด ณ เวลานั้น และสามารถเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วก่อนประกาศผล
จาก Local Economy สู่ Fan Economy ระดับโลก
สิ่งที่น่าสนใจของปรากฏการณ์ “Nene Effect” จึงไม่ใช่เพียงคำถามว่า เนเน่จะคว้าแชมป์ America’s Got Talent ได้หรือไม่ แต่คือการได้เห็นว่า ศิลปินไทยหนึ่งคนสามารถสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจออกไปได้ไกลเพียงใด
จากตลาดนาคาและธุรกิจท้องถิ่นในภูเก็ต การใช้งานเครือข่ายมือถือที่เพิ่มขึ้น กิจกรรมบนโซเชียลมีเดีย สินค้าสำหรับแฟนคลับ ไปจนถึงความสนใจของผู้ชมในสหรัฐฯ ทั้งหมดกำลังเชื่อมต่อกันผ่านฐานแฟนที่ติดตามศิลปินคนเดียวกัน
นี่คือหัวใจของ Fan Economy ยุคใหม่ เพราะมูลค่าไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะวันที่ศิลปินขึ้นเวที แต่เกิดขึ้นตลอดเส้นทาง ตั้งแต่การติดตาม การแชร์ การเดินทาง การซื้อสินค้า ไปจนถึงการรับชมผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ
หากเนเน่สามารถรักษาฐานแฟนระดับนานาชาติหลังจบ AGT ได้ ปรากฏการณ์นี้ก็มีโอกาสเดินต่อจากกระแสการแข่งขันระยะสั้น ไปสู่การสร้าง แบรนด์ศิลปินไทยในตลาดโลก และเปลี่ยนความนิยมให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
