“ธุรกิจรายเล็ก” กู้ยาก World Bank ชี้ขาดเงินทุนกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์ ดันใช้ข้อมูล–AI เปิดทางสินเชื่อ

ธุรกิจรายเล็กเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างงาน แต่ยังเผชิญอุปสรรคในการเข้าถึงเงินทุน ธนาคารโลกชี้ว่า ธุรกิจรายย่อย ขนาดย่อม และขนาดกลางในประเทศกำลังพัฒนา มีช่องว่างเงินทุนกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่เวทีประชุม IMF–World Bank หารือแนวทางใช้ข้อมูลธุรกรรม ดิจิทัล และ AI ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ พร้อมดึงเงินลงทุนเอกชนเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่
การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ มีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจเข้าถึงเงินทุน เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงานอย่างยั่งยืน
ธนาคารโลกจัดเวทีหารือสองหัวข้อที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่ MSME Finance: Leveraging Data for Jobs ซึ่งมุ่งใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลช่วยให้ธุรกิจรายเล็กเข้าถึงแหล่งเงินทุน และ Unlocking Investment Opportunities in Emerging Markets to Create Jobs ซึ่งหารือแนวทางดึงเงินลงทุนเอกชนเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่เพื่อสร้างงาน
ธนาคารโลกชี้เงินทุนทั่วโลก 280 ล้านล้านดอลลาร์ ลงทุนตลาดเกิดใหม่เพียง 5–8%
ธนาคารโลกระบุว่า ธนาคารและนักลงทุนสถาบันทั่วโลกบริหารสินทรัพย์รวมประมาณ 280 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่มีการลงทุนในตลาดเกิดใหม่เพียง 5–8%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดเกิดใหม่ยังมีโอกาสดึงดูดเงินทุนจากนักลงทุนสถาบันได้อีกมาก หากสามารถลดอุปสรรคและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงทุน
ที่ประชุมจึงเสนอแนวทางสำคัญ 4 ด้าน เพื่อเพิ่มโอกาสให้เงินทุนเอกชนเข้าสนับสนุนธุรกิจและการจ้างงาน
แนวทางแรกคือ การพัฒนาตลาดทุนและเปิดเผยข้อมูล เพื่อให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลเพียงพอต่อการตัดสินใจ รวมถึงจัดรูปแบบการลงทุนให้มีมาตรฐาน ช่วยให้กองทุนบำนาญและบริษัทประกันสามารถเข้ามาลงทุนได้สะดวกขึ้น
แนวทางที่สองคือ การใช้เงินสกุลท้องถิ่นเพื่อลดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เพราะหากธุรกิจมีรายได้เป็นเงินบาท แต่กู้เงินเป็นดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเงินบาทอ่อนค่า ธุรกิจจะต้องใช้เงินบาทมากขึ้นในการชำระหนี้จำนวนดอลลาร์เท่าเดิม การกู้เงินในสกุลเดียวกับรายได้จึงช่วยลดความเสี่ยงส่วนนี้
แนวทางที่สามคือ การใช้กลไกค้ำประกันเพื่อแบ่งรับความเสี่ยง โดยให้หน่วยงานหรือกลไกค้ำประกันเข้ามารองรับความเสี่ยงบางส่วน เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ให้เงินทุน
ส่วนแนวทางที่สี่คือ การสร้างกฎระเบียบที่ชัดเจนและระบบกฎหมายที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้นักลงทุนสามารถประเมินความเสี่ยงและวางแผนการลงทุนระยะยาวได้
ทั้งสี่แนวทางมีเป้าหมายร่วมกันคือเพิ่มเงินลงทุน สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ และสร้างการจ้างงาน โดยผู้ประกอบการควรเตรียมข้อมูลกิจการให้ชัดเจน พร้อมเลือกแหล่งเงินทุนให้สอดคล้องกับรายได้และแผนธุรกิจ
MSME คิดเป็น 90% ของธุรกิจในประเทศกำลังพัฒนา จ้างงานราว 75%
ธุรกิจรายย่อย ขนาดย่อม และขนาดกลาง หรือ MSME (Micro, Small and Medium Enterprises) เป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจในประเทศกำลังพัฒนา
ธนาคารโลกระบุว่า ธุรกิจกลุ่มนี้คิดเป็นประมาณ 9 ใน 10 ของธุรกิจทั้งหมด หรือ 90% และรองรับแรงงานประมาณ 3 ใน 4 หรือ 75%
เมื่อธุรกิจรายเล็กประสบปัญหาด้านเงินทุน ผลกระทบจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเจ้าของกิจการ แต่ยังอาจส่งต่อไปถึงลูกจ้างและครอบครัว
ในทางกลับกัน หากธุรกิจสามารถเข้าถึงเงินทุนและขยายกิจการได้ ก็มีโอกาสช่วยรักษาการจ้างงานและเพิ่มรายได้ให้กับแรงงานจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม เวที MSME Finance: Leveraging Data for Jobs ระบุว่า ธุรกิจ MSME ในประเทศกำลังพัฒนายังเผชิญ ช่องว่างเงินทุนกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
อุปสรรคสำคัญประการหนึ่งคือธุรกิจรายเล็กจำนวนมากไม่มีอันดับเครดิต ทำให้สถาบันการเงินมีข้อมูลไม่เพียงพอในการประเมินความเสี่ยงของผู้กู้
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังระบุว่า การปล่อยสินเชื่อแก่ธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีอันดับเครดิต อาจทำให้ธนาคารต้องดำรงเงินกองทุนรองรับความเสี่ยงประมาณ 4 เท่า เมื่อเทียบกับการปล่อยสินเชื่อแก่บริษัทภายในประเทศที่มีอันดับเครดิตระดับ AAA
ข้อจำกัดเหล่านี้ทำให้การปล่อยสินเชื่อแก่ธุรกิจรายเล็กมีต้นทุนและความเสี่ยงสำหรับผู้ให้กู้สูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางส่วนเข้าถึงเงินทุนได้ยาก
World Bank–IFC เสนอใช้ข้อมูลยอดขายและธุรกรรมดิจิทัลช่วย SME ขอสินเชื่อ
นอกจากปัญหาอันดับเครดิตแล้ว ธุรกิจรายเล็กบางส่วนยังขาดหลักประกันและประวัติทางการเงินที่มีเอกสารยืนยัน
บรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (International Finance Corporation: IFC) ระบุว่า ธุรกิจจำนวนหนึ่งไม่สามารถเข้าถึงระบบธนาคารได้ แม้จะมีลูกค้าและรายได้จากการดำเนินกิจการจริง เนื่องจากผู้ให้กู้ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะประเมินความสามารถในการชำระหนี้
เวที MSME Finance: Leveraging Data for Jobs จึงเสนอให้นำข้อมูลจากการค้าขายจริงมาใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ
ข้อมูลดังกล่าวครอบคลุมทั้งยอดขาย รายรับ การรับชำระเงินผ่านระบบดิจิทัล ธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือ และการค้าขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์
IFC อธิบายว่า ข้อมูลเหล่านี้สามารถช่วยให้สถาบันการเงินประเมินธุรกิจที่มีประวัติสินเชื่อน้อยได้ชัดเจนขึ้น
ตัวอย่างเช่น ร้านค้าที่รับชำระเงินจากลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง จะมีข้อมูลแสดงความเคลื่อนไหวของรายได้ ซึ่งสามารถนำไปประกอบการประเมินกิจการเมื่อยื่นขอสินเชื่อ
แนวทางดังกล่าวอาจช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจที่ยังมีประวัติทางการเงินแบบเดิมไม่มาก สามารถเข้าถึงบริการสินเชื่อได้กว้างขึ้น
ดิจิทัล–ฟินเทค เชื่อมธุรกิจรายเล็กกับแหล่งเงินทุน
ธนาคารโลกมองว่า เครื่องมือดิจิทัลและการวิเคราะห์ข้อมูลสามารถช่วยเชื่อมโยงธุรกิจรายเล็กกับบริการทางการเงินได้มากขึ้น
IFC ระบุว่า การนำข้อมูลดิจิทัลมาวิเคราะห์ร่วมกับความร่วมมือจากผู้ให้บริการเทคโนโลยีทางการเงิน หรือฟินเทค (Fintech) สามารถช่วยให้สถาบันการเงินขยายบริการไปยังธุรกิจรายเล็กได้กว้างขึ้น
เป้าหมายสำคัญคือเพิ่มโอกาสเข้าถึงเงินทุน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำเงินไปพัฒนากิจการ ขยายธุรกิจ และสร้างงานเพิ่ม
สำหรับผู้ประกอบการไทย สิ่งที่สามารถเริ่มดำเนินการได้คือการจัดเก็บข้อมูลยอดขาย รายรับ และรายจ่ายอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถอธิบายสถานะทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ได้ชัดเจนขึ้นเมื่อยื่นขอสินเชื่อ
ขณะเดียวกัน การนำข้อมูลดิจิทัลมาใช้ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพข้อมูลและการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว ซึ่ง IFC ระบุว่าเป็นเงื่อนไขสำคัญของการขยายบริการทางการเงินอย่างรับผิดชอบ
ธนาคารโลกเผยฟินเทคตลาดเกิดใหม่ปล่อยกู้ 4 แสนล้านดอลลาร์ ใช้ AI อนุมัติเร็ว 24 ชั่วโมง
อาเจย์ บังกา (Ajay Banga) ประธานกลุ่มธนาคารโลก กล่าวบนเวที MSME Finance ถึงบทบาทของฟินเทคในการช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กเข้าถึงเงินทุน
โดยระบุว่า ฟินเทคในตลาดเกิดใหม่มีการปล่อยสินเชื่อรวมประมาณ 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และผู้ให้บริการบางรายสามารถอนุมัติสินเชื่อได้ภายใน 24 ชั่วโมง ด้วยการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยประเมินความเสี่ยงของผู้กู้
ความรวดเร็วในการพิจารณาสินเชื่อเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อดำเนินธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม ฟินเทคยังเผชิญข้อจำกัดสำคัญคือ ต้นทุนทางการเงินที่สูง เนื่องจากผู้ให้บริการจำนวนมากไม่มีฐานเงินฝากเหมือนธนาคาร จึงต้องจัดหาเงินทุนจากแหล่งอื่นเพื่อนำมาปล่อยสินเชื่อ
แม้เทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประเมินผู้กู้ แต่การขยายสินเชื่อยังต้องอาศัยแหล่งเงินทุนที่เพียงพอและมีต้นทุนเหมาะสม
ธนาคารโลกเสนอจับมือแบงก์–ฟินเทค ดึงนักลงทุนระยะยาวหนุนสินเชื่อ SME
หนึ่งในแนวทางที่มีการหารือคือการสร้างความร่วมมือระหว่างธนาคารกับฟินเทค โดยนำเทคโนโลยีและความคล่องตัวของฟินเทคมาเชื่อมกับแหล่งเงินทุนและความน่าเชื่อถือของธนาคาร
ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพิ่มความสามารถในการให้บริการสินเชื่อแก่ธุรกิจรายเล็กในวงกว้าง
อีกแนวทางหนึ่งคือการเปิดโอกาสให้นักลงทุนสถาบันเข้ามาสนับสนุนเงินทุน ผ่านการนำสินเชื่อหลายรายมารวมเป็นพอร์ตเพื่อกระจายความเสี่ยง ก่อนแปลงเป็นหลักทรัพย์ให้นักลงทุนเข้าซื้อ
วิธีนี้มุ่งเพิ่มช่องทางระดมเงินทุน เพื่อนำกลับไปขยายบริการสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการ
พร้อมกันนั้น ยังมีข้อเสนอให้ใช้กลไกค้ำประกันเพื่อแบ่งรับความเสี่ยง เช่น การค้ำประกันสินเชื่อบางส่วน หรือจัดให้มีเงินทุนรองรับความเสียหายส่วนแรก เพื่อลดความเสี่ยงของผู้ลงทุนรายอื่น และจูงใจให้เข้ามาสนับสนุนสินเชื่อธุรกิจรายเล็กมากขึ้น
สำหรับผู้ประกอบการ ความร่วมมือเหล่านี้อาจเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงเงินทุน แต่ต้องพิจารณาความรวดเร็วในการอนุมัติควบคู่กับอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขการชำระคืน เพื่อไม่ให้เงินทุนที่ได้รับกลายเป็นภาระเกินความสามารถของกิจการ
โอกาสธุรกิจไทย อยู่ที่การเชื่อมข้อมูล เงินทุน และการบริหารความเสี่ยง
ข้อเสนอจากเวที IMF–World Bank สะท้อนว่า การแก้ปัญหาธุรกิจรายเล็กเข้าถึงสินเชื่อยาก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเพิ่มวงเงินปล่อยกู้เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องพัฒนาระบบข้อมูลและกลไกบริหารความเสี่ยงควบคู่กัน
การใช้ข้อมูลธุรกรรมดิจิทัลช่วยให้ผู้ให้กู้ประเมินธุรกิจได้ชัดเจนขึ้น ขณะที่ความร่วมมือระหว่างธนาคาร ฟินเทค และนักลงทุนระยะยาว อาจช่วยเพิ่มแหล่งเงินทุนสำหรับการขยายสินเชื่อ
สำหรับธุรกิจไทย การจัดเก็บข้อมูลทางการเงินอย่างเป็นระบบและการเลือกแหล่งเงินทุนให้เหมาะกับรายได้ของกิจการ เป็นส่วนสำคัญในการเตรียมความพร้อมเข้าถึงสินเชื่อ
ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือ แนวทางเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจรายเล็กได้รับเงินทุนในเงื่อนไขที่เหมาะสมได้มากเพียงใด และสามารถนำเงินทุนไปสร้างรายได้ ขยายกิจการ และเพิ่มการจ้างงานได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
เพราะท้ายที่สุด การเข้าถึงเงินทุนจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ ก็ต่อเมื่อผู้ประกอบการสามารถนำเงินไปใช้สร้างการเติบโตของธุรกิจได้อย่างยั่งยืน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
